จุดจบ!! รถหรูหลีกเลี่ยงภาษี

จากการที่ดีเอสไอได้ดำเนินการปราบปรามกลุ่มขบวนการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนกรณีการนำเข้ารถยนต์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีอากร และแสดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง พบว่าบริษัทผู้นำเข้ารถยนต์ได้ระบุราคาสินค้าในใบขนสินค้าขาเข้าที่ผู้นำเข้าต้องแสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อเสียภาษีอากร โดยมีการแสดงราคาต่ำกว่าราคาเป็นจริง ขบวนการนำเข้ารถยนอต์หลบเลี่ยงภาษีทำกันอย่างต่อเนื่องยาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปี สร้างความร่ำรวยให้บุคคลแต่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีปีละหมื่นล้านบาท

จากการเจาะเข้าไปตรวจสอบในสารบบ ทำให้พบตัวเลขการนำเข้ารถยนต์หรูยอดฮิตของตลาดเมืองไทยและ ‘รถซุปเปอร์คาร์’ ที่น่าเชื่อว่าผ่านขบวนการนำเข้าแบบสำแดงเท็จ เพื่อชำระภาษีต่ำกว่าจริง อยู่ที่ 10,000 คัน เป็นการนำเข้าจากกลุ่มผู้นำเข้าอิสระนับ 100 แห่ง. ซึ่งเกือบทุกแห่งสำแดงราคาเท็จเพื่อเลี่ยงภาษี ซึ่งดีเอสไอจะเริ่มดำเนินการจากผู้นำเข้ารายใหญ่ มูลค่าความเสียหายสูง จากนั้นจะไล่เรียงไปจนครบ เริ่มต้นจากบริษัทนิชคาร์ กรุ๊ป ซึ่งปฎิบัติการจู่โจมตรวจค้น 9 จุด อายัดรถยนต์หรูและซุปเปอร์คาร์122คันที่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน ทำรัฐเสียหาย 2,400 ล้านบาทเฉลี่ยชำระภาษีขาด 10 – 18 ล้านบาทต่อคัน โดยแต่ละคันจะสำแดงราคาเท็จไม่เกิน40เปอร์เซ็นต์จากราคาจริง

โดยหลักฐานที่ได้รับผ่านช่องทาง MLAT นอกจากจะได้ในการดำเนินคดีกับ‘เกรย์มาร์เก็ต’ที่สำแดงเท็จยังสามารถใช้ตรวจสอบการนำเข้ารถแบบจดประกอบด้วยเพราะนอกจากได้ข้อมูลราคาแล้วยังทำให้รู้ด้วยว่ารถถูกขายและส่งมาทั้งคันหรือขายแบบแยกชิ้นส่วนอะไหล่ซึ่งข้อมูลจากประเทศอิตาลีจะเป็นการส่งออกรถซุปเปอร์คาร์เช่นลัมโบกินี มาเซราติและเฟอร์รารี ส่วนอังกฤษจะเป็นรถหรูในท้องตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยพวงมาลัยฝั่งขวาเหมือนไทย เช่น เบนซ์ บีเอ็มดับเบิ้ลยู และมินิ

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าการนำเข้ารถยนต์หลบเลี่ยงภาษีพบว่ามีลักษณะเดียวกันทั้งหมดคือ ทำใบอินวอยซ์ปลอมเพื่อแสดงราคาเท็จ เช่น รถยี่ห้อลัมโบกีนีที่ยึดไว้ซึ่งนำเข้ามาวันที่ 12 เม.ย. 2553 ราคาจากประเทศอิตาลี 286,000 ยูโร เมื่อมาถึงประเทศไทยมีขบวนการจัดทำเอกสารแสดงราคาเป็น 105,000 เหรียญสหรัฐซึ่งหากคำนวณภาษีตามราคาที่แท้จริงรถคันนี้จะมีราคาอยู่ที่ 12 ล้านบาทเท่ากับว่ารถคันนี้ชำระภาษีน้อยลงเท่าตัว

นอกจากนี้ดีเอสไอจะสอบสวนดำเนินคดีย้อนหลังกับผู้นำเข้าผิดกฎหมายภายในอายุความคดีอาญาอย่างไรก็ตามอาจมีปัญหาด้านการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารของในบางประเทศที่เก็บข้อมูลย้อนหลังเพียง 5 ปีเท่านั้น และหากสอบย้อนหลังกลับไปทั้งหมดจะพบว่ามีการนำรถดังกล่าวเข้ามาเป็น 10,000 คัน

การแสดงราคาเท็จที่มีราคาต่ำกว่าจริงโดยจัดเป็นมหกรรมลดกระหน่ำซุปเปอร์คาร์ แล้วรถที่ขนมาจากยุโรปใช้สกุลเงินยูโรกับเงินปอนด์แต่อินวอยซ์ที่นำมาแสดงขายกันเป็นดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ถ้าทางเจ้าหน้าที่ผู้รับราคามองไม่เห็นจุดนี้ก็ต้องเตรียมตัวรับผิดชอบในทางแพ่ง และต้องจ่ายคืนภาษีที่รัฐต้องสูญเสียไป

Comments

comments

You May Also Like