สาเหตุที่ทำให้น้ำมันเครื่องเข้าหม้อน้ำ ???

เมื่อน้ำมันเครื่องเข้าหม้อน้ำ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องระวังในการใช้รถยนต์อย่างมาก มีข้อสังเกตไม่ยากครับ เบื้องต้นเราสามารถสังเกตุได้เองครับ เช่น จะมีไฟเตือนระดับน้ำมันเครื่องเตือนว่าระดับต่ำแล้ว หรือน้ำมันเครื่องหมด น้ำมันเครื่องมีสีขาวข้น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดจาก ระดับน้ำในหม้อน้ำแห้ง ฝาสูบโก่ง หรือฝาสูบไม่ได้มาตรฐาน มีความเปราะบาง ปล่อยให้หม้อน้ำเป็นสนิม หรือล้างหม้อน้ำบ่อยด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง

 

วิธีสังเกตุน้ำมันเครื่องเข้าหม้อน้ำ

วิธีสังเกตุนั้นให้ลองติดเครื่องรถยนต์ขณะเครื่องกำลังเย็นอยู่เท่านั้น (เครื่องร้อนอย่าจับเลยนะครับ เพราะมีความร้อนสูงมากในห้องเครื่อง อันตรายครับ) จากนั้นเปิดฝาหม้อน้ำดู น้ำในหม้อน้ำจะต้องวนเวียนตามปกติการระบายความร้อน ให้ท่านสังเกตุว่า มีพรายน้ำวิ่งปะปนอยู่ในหม้อน้ำหรือไม่ พรายน้ำที่ว่าก็หน้าตาเหมือนออกซิเจน หรืออย่างรุนแรงก็คือมีฝอยน้ำกระเด็นทะลักออกมาจากหม้อน้ำที่เปิดฝาไว้แล้ว อาการนี้คือ ปะเก็นฝาสูบแตก แรงดันจากลูกสูบจึงดันอากาศและน้ำมันเครื่องทะลักเข้ามาในระบบหล่อเย็นของหม้อน้ำ ทำให้หม้อน้ำมีน้ำมันเครื่องปะปน

ในฝาสูบนั้นมีตาน้ำอยู่ ลักษณะเหมือนฝาเบียร์หรือฝาน้ำอัดลม แต่ขอบไม่มีจีบสาเหตุที่จะต้องมีเนื่องจากกระบวนการหล่อโลหะเป็นฝาสูบ จะมีช่องว่างเพื่อให้โลหะเหลวไหลได้สะดวก ดังนั้นเมื่อหล่อมาเสร็จแล้วไสกลึงปาดฝาสูบจนสวยงาม รูเหล่านี้จะถูกอุดโดนตาน้ำที่ว่า ซึ่งเป็นเหล็กหนา และมันจะคั่นอยู่ระหว่างทางเดินของน้ำหล่อเย็น และโพรงของแคมชาร์ฟ วาลว์ ซึ่งมีน้ำมันเครื่องอยู่ เมื่อตาน้ำรั่ว น้ำมันเครื่องจะหยดทะลักเข้าไปในระบบน้ำหล่อเย็น จะทำให้มองเห็นเป็นคราบน้ำมันเครื่องปนอยู่ในหม้อน้ำ

 

สาเหตุเกิดจากอะไร

  1. การสึกกร่อนตามอายุการใช้งาน
  2. ใช้สารเคมีมากเกินไปทำให้เกิดการผุกร่อนเร็วกว่าปกติ เช่นการล้างหม้อน้ำโดยไม่ระวัง หรือใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดมากเกินไป โดยไม่มีตัวยับยั้งการผุกร่อนอย่างเพียงหรือถูกต้อง
  3. Defect หรือมีรอยชำรุดของ oil cooler มาก่อน

 

การแก้ไข สามารถแก้ไขแบบไหนได้บ้างมาดูกันครับ

  1. ต้องเปลี่ยนหม้อน้ำและ Oil Cooler ใหม่ การซ่อมคงทำได้ยากและไม่คุ้มค่า
  2. ควร Flushing ทั้งเกียร์ออโตและหม้อน้ำ ระบบ Cooling ใหม่ทั้งหมด ไล่เอาน้ำมันที่ปนมากับน้ำออกให้หมด ให้มั่นใจว่าหมดจริงๆ แล้วจึงใช้งานต่อไปได้
  3. ตรวจสอบหาสาเหตุอย่างอื่นว่า มีอะไรที่พอเป็นสาเหตุที่จะทำให้น้ามันเข้ามาได้อีกหรือไม่ เช่น มาจากเครื่องยนต์ได้หรือไม่ และต้องเฝ้าดูอาการ การใช้อีกสักระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการรั่วเข้ามาอีกแน่แล้วจึงจะวางใจได้

หากมีความผิดปกติหรือเกิดอาการดังกล่าวลองตรวจสอบรถดูหม้อน้ำบ่อยๆ นะครับ  เพราะการซ่อมในแต่ละครั้งก็ราคาสูง และอาจจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดก็เป็นได้ครับ ยังไงก็สามารถปรึกษาช่างก็จะปลอดภัยไปอีกระดับหนึ่งเลยครับ

Comments

comments

You May Also Like