คนไทยมีเฮ! ปรับลดภาษีรถยนต์ 4 ประเภท ส่งผลให้รถไฮบริด-ไฟฟ้า ราคาถูกลงร้อยละ 10-20

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีที่น่าจะเป็นที่พอใจของหลายๆ คนที่กำลังมองๆ จะซื้อรถยนต์ไฮบริด-รถไฟฟ้าในช่วงนี้ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมาทาง เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 138) โดยระบุว่า เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 103 แห่งพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2534 รมว.คลังโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ ดังนี้

 

1.ให้รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Pick –up Passenger Vehicle: PPV) ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ลูกบาศก์เซนติเมตร(ลบ.ซม.) และเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (ไฮบริด) ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 175 กรัม/กิโลเมตร ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตลง เหลือร้อยละ 23

2.ให้รถยนต์นั่งที่มีกระบะ (ดับเบิ้ล แค็บ) ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ลบ.ซม. และเป็นรถยนต์แบบไฮบริด ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตลง เหลือร้อยละ 10

3.ให้รถยนต์นั่งแบบไฮบริดที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม. ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงกึ่งหนึ่งของอัตราภาษีที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราและยกเว้นภาษี สรรพสามิต (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 30 ธ.ค.2534

4.ให้รถยนต์นั่งแบบพลังงานไฟฟ้าได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตลงเหลือร้อยละ 2

แต่ก็มีเงื่อนไขโดยผู้ผลิตจะต้องได้รับบัตรส่งเสริมจากบีโอไอ และทำข้อตกลงก่อนเริ่มผลิตภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 และต้องผลิตภายในวันที่ 31 ธ.ค.2568 และต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิต หรือประกอบจากผู้ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนเช่นกัน

ทั้งนี้ก็จะเป็นการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์เนื่องจากก่อนหน้านี้ในบ้านเราในรถยนต์ไฮบริดนั้นราคาค่อนข้างจะสูงหลังจากประกาศนี้ก็จะส่งผลให้เราได้ใช้รถยนต์ไฮบริดที่ราคาต่ำกว่าเดิมราวๆ 10-20%   เชื่อว่ายอดขายรถยนต์ไฮบริดก็น่าจะสูงขึ้นตามอย่างแน่นอนครับ

Comments

comments

You May Also Like