วิกฤติรถยนต์มือสองล้นตลาดในปัจจุบัน

           รถมือสอง เป็นธุรกิจที่มีตลาดขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากในประเทศไทย ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยที่จอดขายริมทางผู้ประกอบการณ์ที่ขายตามเต๊นท์ไปจนถึงผู้ประกอบการณ์ที่มีศูนย์รถมือสองขนาดใหญ่ตั้งแต่ผู้ที่มีรถยนต์มือสองขาย 1-2  คันไปจนถึง 100 คันทางเราไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขได้ว่าในแต่ละปีรถยนต์มือสองถูกขายไปเป็นจำนวนกี่คัน เนื่องจากว่า ตลาดรถมือสอง มีการแลกเปลี่ยนหมุนเวียนอาจจะขายให้ผู้ซื้อหรือขายให้ผู้ขายรถด้วยกันแล้วไปขายต่อก็ได้จึงยากที่จะคำนวนได้ว่าในแต่ละปีขายไปจำนวนเท่าไร แต่ตามที่สรุปได้ก็น่าจะเป็น 2 เท่าตัวของยอดขายรถใหม่ในปีนี้  ช่วงนี้ก็ถือว่าสถานการณ์ ตลาดรถยนต์มือสอง ได้ถดถอยลงอย่างมากทั้งในเรื่องของ ราคารถ และยอดขาย

รถมือสอง
วิกฤติรถมือสองล้นตลาด

            ในเรื่องของ ราคารถมือสอง ที่ลดลงเป็นอย่างมาก เราได้เก็บข้อมูลมาจากผู้จากผู้จัดการบริษัทประมูลรถมือสองแห่งหนึ่งกล่าวว่า ในปีนี้ราคาประมูลรถยนต์มือสองในส่วนของรถนั่งราคาลดถอยลงถึง 10 %  แต่สำหรับรถปิคอัพลดไปถึง 7-8%   มีรถเข้ามาใหม่ล้นตลาดประมูล จากเดิม 2,000 คัน แต่ในตอนนี้มีรถเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวคือจำนวน 4,000 คัน ทำให้ตลาดประมูลรถมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการจอดรถจนต้องหาเช่าพื้นที่จอดรถเพิ่มเติม  สาเหตุหลักที่ทำให้วิกฤตินี้เกิดขึ้นเนื่องจากในปี 2555 มีโครงการรถคันแรก จึงส่งผลทำให้ค่ายรถที่ไม่ได้รับภาษีรถคันแรกคืนจัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมการขาย  และเงื่อนไขและข้อเสนอที่ดีของสถาบันการเงิน จึงทำให้รถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสอง มีราคาที่ใกล้เคียงกัน  และรถใหม่บางรุ่นก็ถูกกว่าราคารถมือสองที่ซื้อเข้าเต๊นท์เสียอีกจึงส่งผลให้ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อรถใหม่มากกว่า  จึงทำให้รถมือสองนั้นค้างสต๊อกมาจนถึงตอนนี้และอีกหลายๆสาเหตุที่เป็นปัจจัยให้ตลาดรถมือสองนั้นมีแนวโน้มที่แย่ลงอย่างมาก  ในส่วนของ ไฟแนนซ์ ส่วนใหญ่ได้รับผลสรุปว่ามียอดการยึดรถถึง 2  เท่าจากปีที่ผ่านๆมา ทำให้มียอดจำนวนรถมือสองเข้าเต๊นท์รถและตลาดรถเพิ่มขึ้นตามมาด้วย และอีกปัจจัยที่ทำให้รถยนต์มือสองนั้นเพิ่มพูนในตลาดเป็นอย่างมากก็คือ ผู้เขาร่วมโครงการรถคันแรกเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดของรถใหม่ได้ จึงทำให้มีการขายเข้าตลาดรถมือสองเป็นจำนวนมาก  แต่การขายออกของตลาดรถมือสองน้อยลง จึงทำให้ผู้ประกอบธุรกิจตลาดรถมือสองหายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก  เนื่องจากรถมือสองค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก  เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องปรับราคารถให้ต่ำลงเพื่อได้ค่อยๆ ทะยอยปล่อยรถออก จึงทำให้ขาดทุนและปิดกิจการไป

แต่อย่างไรก็ตามทั้งนี้ผู้ประกอบการธุรกิจรถมือสองส่วนใหญ่ก็มีวิธีการปรับตัวได้ไปตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอดของธุกิจและคาดว่าในอีกไม่นาน ธุรกิจรถยนต์มือสอง จะฟื้นฟูขึ้นมาได้ตามลำดับ

Comments

comments

You May Also Like