“ลดต้น ลดดอก” เป็นแค่เทคนิคทางบัญชี ทำผู้ซื้อรอเก้อ!

วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มีการประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ของสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อรถเข้าใจผิดว่า เป็นการเปลี่ยนระบบการผ่อนชำระจากแบบ “เท่ากันทุกงวด” เป็นแบบ “ลดต้นลดดอก”  เป็นความสับสนที่ทางสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยได้ออกมาชี้แจง โดยคุณพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ยืนยันไม่ได้คิดดอกเบี้ยการผ่อนรถแบบ “ลดต้นลดดอก”

เมื่อได้ทำการตกลงเช่าซื้อรถยนต์ ทางบริษัทไฟแนนซ์จะกำหนดค่าผ่อนชำระเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกงวด ซึ่งเป็นจำนวนที่รวมเงินต้นกับดอกเบี้ยอัตรา “คงที่” ไว้แล้ว แต่ในความเป็นจริง ค่าผ่อนชำระที่เท่ากันในแต่ละงวด ได้มาจากการคำนวณเงินต้นกับดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” ในอัตราดอกเบี้ยที่ “สูงกว่า” อัตราคงที่ที่แจ้งแก่ผู้ซื้อ โดยการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เป็นการทำตามที่กฎหมายกำหนด และบริษัทไฟแนนศ์จะไม่แสดงรายละเอียดส่วนนี้ให้ผู้เช่าซื้อได้ทราบ แต่ผู้เช่าซื้อไว้วางใจได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 แบบนั้น จะถูกกำหนดให้สอดคล้องกัน

จุดประสงค์หลักในการออกกฎหมายใหม่ครั้งนี้ ก็เพื่อให้ผู้เช่าซื้อได้รับความยุติธรรมในการเช่าซื้อรถมากขึ้นจากข้อบังคับเดิม ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อต้องการที่จะปิดบัญชีก่อนอายุสัญญา ทางบริษัทไฟแนนซ์ต้องลดดอกเบี้ยให้แก่ผู้เช่าซื้ออย่างน้อย 50% ของจำนวนดอกเบี้ยในงวดที่เหลือ บริษัทไฟแนนซ์ต้องลดค่าดอกเบี้ยให้ไม่น้อยกว่า 25,000 บาท และสามารถที่จะเรียกเก็บเงินค่าทวงถามหนี้ได้จากค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้น ส่วนกรณีผิดนัดชำระ ผู้เช่าซื้อต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่เกิน 15%

ทางด้านของผู้เช่าซื้อจะได้รับตารางแสดงภาระหนี้จากบริษัทไฟแนนซ์ ตารางหนี้จะคิดคำนวณ และแสดงเงินต้น ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเช่าซื้อคงค้าง และดอกเบี้ยที่ได้รับส่วนลด

เมื่อทางผู้เช่าซื้อได้ชำระเงินค่างวดรถยนต์ครบ รถคันดังกล่าวจะตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที และทางผู้เช่าซื้อจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถยนต์ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ โดยห้ามทางไฟแนนซ์เรียกเก็บค่าดำเนินการการจัดส่งเอกสาร เมื่อผู้เช่าซื้อรถชำระเงินคงค้างครบหมดแล้ว บริษัทไฟแนนซ์จะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ผู้เช่าซื้อให้ได้รับเล่มทะเบียนภายใน 30 วัน

Comments

comments

You May Also Like