ห้ามรถเก่าเกิน 7 ปีวิ่งเมืองกรุง รถเสียบนถนนเสียค่าปรับนาทีละ 100 บาท

สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวนิวส์อันซีน วันนี้จะว่าด้วยเรื่องที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กัยอย่างมากในกลุ่มขับขี่ทั้งรถใหม่รถเก่าและส่งผลกระทบต่อจิตใจที่ขับขี่รถเก่าเป็นอย่างมาก ก็ประเด็นที่ว่าจะมีการออกกฎหมายว่า ห้ามรถเก่าที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไปมาขับในถนนในกทม เนื่องจากว่ารถเก่าที่มีอายุประมาณนี้จะสร้างปัญหารถติดบนท้องถนนเนื่องจากรถที่อายุประมาณนี้เสี่ยงต่อการที่จะขับไปเสียกลางถนนละทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดนั่นเอง

ห้ามรถ 7-10 ปีวิ่งในกทม.

        กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีกลยุทธแก้ไขปัญหากังกล่าวโดยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ออกมากล่าวถึงแผนการพัฒนาและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองกรุงนั้น โดยมีนโยบายที่หยิบยกมาว่า จะห้ามรถเก่าที่มีอายุการใช้งานเกิด 7 ปี เข้ามาวิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งรถที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีหากยังนำมาวิ่งจะต้องเสียภาษีเท่ากับรถใหม่ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่จะเลิกการล๊อคล้อไว้แล้วเปลี่ยนเป็นการยกรถไปที่สน.แทน และได้ระบุว่าเป็นการใช้กฏหมายเดิมคือความผิด พ.ร.บ. จราจรมาตรา 57 และ 59 ห้ามจอดในที่ที่ห้ามจอด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ค่าเคลื่อนย้ายอีก 500 บาท ค่าดูแลรถให้อีก 200 บาทต่อวัน โดยจะเปลี่ยนจากการล๊อคล้อเป็นการใช้รถยกเคลื่อนย้ายไปที่สน. โดยทั้งนี้จะต้องประชุมปรึกษาหารือกับกระทรวงการคมนาคมอีกที และจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้อง ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้น่าจะเป็นช่วงภายในต้นเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนหน้านี้ ส่วนเรื่องของกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เสนอแนวคิด ให้มีการเสียค่าปรับหากเกิดรถเสียบนถนนซึ่งทำให้เกิดการจราจรติดขัด จะต้องเสียค่าปรับนาทีละ 100 บาทพล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่ายังไม่มีกฏหมายรองรับแต่สามารถนำมาปรับพัฒนาใช้ได้และในอนาคตอาจจะมีการนำมาปรึกษาหารือเพื่อพัฒนาบังคับใช้หรือนำไปปรับปรุงแก้ไขละบังคับใช้ในอนคตได้ ทั้งนี้เพื่อจะได้ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ตระหนักถึงการดูแลรถ การเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางด้วย

ข่าวนี้ก็ถือว่าเป็นที่กำลังจับตามองของหลายๆฝ่าย โดยเฉพาะประชาชนซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยโดยเฉพราะในกรณีที่ห้ามรถเก่าเข้าเมืองกรุงเทพ ซึ่งก็มีการโตแย้งกันและตั้งคำถามมากมายว่าแล้วถ้ารถอายุครบ 7 ปีจะมีโครงการอะไรที่ทำให้ซื้อรถได้ในราคาถูกๆหรือไม่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด พวกเราก็ติดตามกันต่อไปน่ะค่ะว่านโยบายดังกล่าวจะบังคับใช้หรือไม่

Comments

comments

You May Also Like