ไขข้อข้องใจ! น้ำท่วมรถประกันรับเคลมหรือไม่?

ในช่วงนี้หลายคน และหลายๆ ครอบครัวเลยก็ว่าได้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยในภัยพิบัติครั้งนี้คือรถยนต์ของคุณโดนน้ำท่วมไปด้วยก็จบเครื่องพังไปตามๆ กัน แล้วจะมีประกันไหนบ้างล่ะที่สามารถมาบรรเทาทุกข์คุ้มครองรถของคุณได้บ้างมาดูกันครับ

หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจากกรณีน้ำท่วมแบ่งออกเป็น 2 กรณี โดยพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

1. การสูญเสียโดยสิ้นเชิง หรือ total loss การสูญเสียเชิงนั้นเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ได้รับการพิจารณาจากบริษัทว่ารถยนต์คันดังกล่าวไม่คุ้มที่จะซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นยังรวมถึงเครื่องยนต์ที่ต้องได้รับการซ่อมแซมให้สามารถใช้ได้ดังเดิมก่อนเกิดภัยพิบัติด้วย โดยมากบริษัทประกันจะประเมินมูลค่าความเสียหายที่ 70 % ของมูลค่ารถคันนั้น ซึ่งหากพิจารณาจากความเสียหายในกรณีนี้คือ ท่วมมิดคัน หรือท่วมเกินคอนโซลหน้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งห้องโดยสาร

2. ความเสียหายบางส่วน หรือ partial loss ถ้ารถคันนั้นไม่เสียหายมากนักสามารถซ่อมกลับมาใช้ได้ ประกันภัยก็จะตีเป็นลักษณะความเสียหายบางส่วน ลักษณะความเสียหายบางส่วนนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของประกันในการซ่อมแซมรถที่ประสบภัยให้กลับมาใช้งานได้ปกติ โดยที่ประกันภัยนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดการคืนสภาพรถคันดังกล่าว ซึ่งรวมตั้งแต่เรื่องเครื่องยนต์กลไกไปจนถึงการทำความสะอาดต่างๆ แม้แต่การทำความสะอาดภายในก็สามารถเคลมได้ทั้งสิ้น

ในขั้นตอนการเคลมประกันภัย ถ้าเป็นไปได้ระหว่างน้ำท่วมให้ถ่ายรูปบางส่วนเอาไว้ก่อน และหลังจากน้ำลดแล้วให้เราโทรเรียกประกันมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ โดยเพื่อความสะดวกมากขึ้นอาจจะเรียกประกันนัดเจอยังแที่จะนำเข้าไปซ่อมก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีซ่อมที่อู่กลางจะค่อนข้างได้รับความสะดวกเมื่อประกันรับทราบเคสแล้วก็จะดำเนินการประเมินมูลค่าความเสียหาย หากรถของคุณเข้าข่ายข้อแรกก็จะได้รับเงินจากประกัน โดยเงินจะถูกโอนไปยังผู้เอาประกัน ซึ่งบางครั้งคือไฟแนนซ์ สำหรับกรณีที่ได้รับความเสียหายบางส่วนเมื่อประกันภัยรับทราบความเสียหายได้รับใบเคลมเรียบร้อย รถเราก็จะได้รับการซ่อมแซมตามสมควร โดยเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตามสมควร และเมื่อรถซ่อมเสร็จนำกลับมาใช้ หากพบปัญหาอันอาจจะเกิดจากภัยที่ได้รับมานั้น สามารถแจ้งอู่หรือประกันได้ทันทีเพื่อเคลมความเสียหายต่อเนื่อง

ข้อที่สำคัญที่สุด คือการตรวจดูความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันรถยนต์ที่เราต่ออายุไว้ทุกปีว่าครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติด้วยหรือไม่ การคลอบคลุมในกรณีภัยพิบัติจะเข้าข่ายการคุ้มครองก็ต่อเมื่อรถยนต์ของคุณได้มีการทำประกันภัยชั้น 1 หรือ ประเภท 1 ส่วนประกันประเภท 2, 3, 4, 5 ไม่ได้รับความคุ้มครองเรื่องความเสียหายจากน้ำท่วม ดังนั้นถ้าทำประกันชั้น 1 ไว้ก็อุ่นใจได้เลย

 

Comments

comments

You May Also Like