เจาะลึกเหตุผลว่าทำไม Toyota Fortuner ถึง “ขายดี” กว่าคู่แข่ง ?

ตลาดรถ SUV ที่นับวันในประเทศไทยจะยิ่งโต ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในเครือของรถอเนกประสงค์อย่างกระบะดัดแปลง PPV ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน “หนึ่งรุ่นเด่น” ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ Toyota Fortuner เจ้าตลาดแห่งรถ PPV เมืองไทยอย่างแท้จริง ที่นำโด่งขายดีเป็นที่นิยมสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการสัมผัสถึงความอเนกประสงค์ แต่ยังคง “อุ่นใจ” ภายใต้โครงสร้างแบบรถกระบะ

เจาะลึกเหตุผลว่าทำไม Toyota Fortuner ถึง “ขายดี” กว่าคู่แข่ง ?

วันนี้ Unseencar จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเหตุผลในความนิยมของ PPV อเนกประสงค์รุ่นนี้ Toyota Fortuner ว่าทำไมถึงได้รับความนิยมมากที่สุด ! ของตลาด PPV ทั้งที่ Toyota ในเวอร์ชั่นกระบะอย่าง Toyota Revo ความนิยมจะไม่ห่างกันมากนัก กับ “คู่ไม้เบื่อไม้เมา” อย่าง Isuzu D-Max แต่พอมาในรูปแบบของรถอเนกประสงค์ กระบะดัดแปลง ติดป้ายรุ่นว่า Fortuner กลับทำได้ดีกว่า และคู่ขับเขี้ยวที่พอจะสมน้ำสมเนื้อก็เปลี่ยนหน้ามาเป็น Mitsubishi Pajero Sport แทน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ดูเหมือนว่าความนิยมของ Fortuner ยังคงสูงกว่าอันดับสอง Pajero Sport อยู่มาก ยิ่งเมื่อมองไปที่ยอดขายของรถประเภท PPV ย้อนหลัง 3 ปี จะยิ่งเห็นได้ชัดดังต่อไปนี้

ปี 2015 Fortuner (อันดับ), Pajero Sport (อันดับ) : 31,005 คัน (1), 18,975 คัน (2)

*ปีนี้มีโฉมเก่าของทั้งสองรุ่นรวมอยู่ด้วย

ปี 2016 Fortuner (อันดับ), Pajero Sport (อันดับ) : 28,050 คัน (1), 15,592 คัน (2)

ปี 2017 Fortuner (อันดับ), Pajero Sport (อันดับ) : 23,470 คัน (1), 14,454 คัน (2)

ต้องบอกว่า แต่ละปีแม้คู่แข่งอย่าง Mitsubishi Pajero Sport จะมารูปลักษณ์ที่สวยโดดเด่น พร้อมอาวุธหนักจากฟีเจอร์ที่ให้มา “มากกว่า” แต่ยังคงไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงของ “รุ่นใหญ่” อย่าง Toyota Fortuner ได้ แม้ข้อมูลของปี 2018 จะยังไม่มา แต่เมื่อมองลึกไปในแต่ละเดือนของปีที่แล้วที่ผ่านมา คาดว่าผลรวมสรุปยอดขายทั้งปีไม่น่าจะแตกต่างจากเดิม

Toyota Fortuner เจ้าตลาดตลอดกาลของตลาดรถ PPV เมืองไทย

เมื่อจะมองหาเหตุผล ว่าทำไม ? Toyota Fortuner ถึงยังคงได้รับความนิยมสูงสุดในรถประเภทนี้ แม้คู่ต่อกรจะทำรถออกมาได้สวยไม่น้อยหน้า ความหรูหราไม่ยิ่งหย่อน อุปกรณ์ในด้านต่าง ๆ ครบครันกว่า เรียกว่าดึงดูดความน่าสนใจได้ไม่น้อย แต่ความนิยมในตัวของ Toyota Fortuner กลับไม่มีความเปลี่ยนแปลง แม้จะมีบ้างที่ยอดขายตกลดลง แต่ระยะห่างเมื่อเทียบกับอันดับสองก็ยังห่างไกล กระบะของ Toyota อาจจะโดนแย่งแชมป์ยอดขายไปได้โดย Isuzu ในปีที่ผ่านมา แต่ถ้าในเรื่องของรถ PPV “ไว้ใจได้” กับ Toyota Fortuner ภายใต้ปัจจัยต่าง ๆ เอื้อช่วยให้ยอดขายเหนือคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นพลังแห่ง “โลโก้สามห่วง” เรื่องราคาขายต่อที่วางใจได้ การบำรุงรักษาที่ไม่แพงเกินไปนัก ไปจนถึงเรื่องของตัวเลือกในรุ่นย่อยที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า

พลานุภาพแห่ง “แบรนด์”

กับโลโก้ “รูปสามห่วง” Toyota ที่ประทับสถิตอยู่รอบคันใน Fortuner คงปฎิเสธไม่ได้ว่าพลานุภาพของมันช่างแรงกล้าหาใครเปรียบ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สื่อไปถึงในเรื่องความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจในคุณภาพ และอีกหลาย ๆ อย่างที่ผู้ซื้อรถมองหา ต่างถูกรวมไว้อยู่ครบในโลโก้นั้น เมื่อผนวกเข้ากับพื้นฐานตัวรถ ที่มาจากรถกระบะ ประเภทรถอันถูกจริตผู้ใช้รถชาวไทยทั่วประเทศจนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางกระบะโลก ประกอบร่วมกับความหรูหราที่มากกว่าจากรูปแบบความเป็นรถ SUV กลั่นกรองสำเร็จจนได้มาเป็นรถรุ่นนี้ ซึ่งเมื่อมองละเอียดที่เรื่องของแบรนด์กลุ่มยานยนต์ในประเทศไทย ผลสำรวจพบว่า Toyota ทำคะแนนได้ร้อยละ 16.3 มีดัชนีคุณค่าอยู่ที่ 211 จุด ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มยานยนต์อยู่ที่แค่ 100 จุดเท่านั้น ซึ่งจากความร้อนแรงของพลังแห่งแบรนด์ ภาพลักษณ์ของ Toyota นี้ จึงถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Fortuner วิ่งฉิวนำโด่งขายดีกว่าใครในตลาดรถกลุ่มเดียวกัน

อิทธิพลเรื่องของแบรนด์จาก Toyota เหนือคู่แข่งค่อนข้างมาก

เรื่องขายต่อก็ “อุ่นใจ”

เมื่อเรื่องภาพลักษณ์หรือแบรนด์จากความเป็น Toyota เข้ามามีความสำคัญต่อการซื้อเลือก Fortuner และผลกระทบในเรื่องนี้ ยังส่งต่อไปถึงผู้ซื้อรถในแบบมือสองอีกด้วย ที่มองหารถที่มีตรา Toyota แปะติดอยู่ด้านหน้า ซึ่งนั่นก็ทำให้ผู้ใช้รถจากค่ายนี้ “วางใจได้” ในเรื่องการขายต่อ ว่าเมื่อตัดสินใจจะขายรถแล้ว ยังไงก็ขายได้แถมขายได้ราคาดี ไม่ตกมากเกินจนเจ็บใจ

Fortuner ในแบบมือสอง อุ่นใจยังไงก็ขายออกและราคาขายต่อดี

เปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เรื่องของแบรนด์ยังไม่แกร่งเทียบ ถ้าจะขาย นอกจากต้องใช้ระยะเวลามากกว่าและราคารถตกเยอะกว่าแล้ว บางรุ่นกับบางเต็นท์ยังไม่รับซื้อก็มี กับผู้ซื้อรถที่มองการไกล ปัจจัยในเรื่องการขายต่อนี้มีผลมากเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเลือกซื้อรถสักหนึ่งคันที่ราคาไม่ใช่ถูก ๆ และ Toyota Fortuner ก็ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดีกว่าคู่แข่ง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ทำให้ขายดี

ค่าบำรุงรักษาอยู่ในระดับที่ “มาตรฐาน” คุ้นเคย

กับรถราคาเริ่มต้นที่ “ล้านต้น ๆ” ไปจบจนรุ่นท็อปที่ล้านปลาย ซึ่งถือว่าเป็นรถในกลุ่มที่ราคาสูงสุดเลยก็ว่าได้ถ้าตัดเอาเฉพาะรถญี่ปุ่นผลิตในประเทศ เรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคือหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้ซื้อรถราคานี้อาจกังวล ว่าจะสูงกว่า แพงกว่าจนอาจทำให้ “กุมขมับ” ได้ เมื่อเข้าศูนย์ซ่อมที แต่ด้วยมาตรฐานในการซ่อมบำรุงภายใต้ชื่อ Toyota และพื้นฐานของตัวรุ่น Fortuner ที่มาจากรถกระบะ Toyota Revo สามารถเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่าในเรื่องค่าซ่อมบำรุงนั้นจะไม่แตกต่างจากที่ “คุ้นเคย” เข้ารับบริการมา ก็เหมือนขับรถกระบะเข้าศูนย์นั่นแหละ คงไม่แพงกว่าอะไรมาก

หมดกังวลกับค่าบริการ ซ่อมบำรุงจะมากเกิน
เพราะยังคงอยู่ในพื้นฐานเดียวกับรถกระบะในค่าย

อีกทั่งเรื่องอะไหล่ของ Fortuner ที่ใช้ร่วมกันได้หลายชิ้นกับตัวเวอร์ชั่นกระบะ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ค่าบำรุงรักษาของ Fortuner ยังพอคบหาได้  ลองนึกดูสิ ! ว่าถ้าคุณไปซื้อรถ SUV จากค่ายยุโรปสักรุ่น โดยสิ่งที่รถคันนั้นสามารถมอบให้ได้ในการใช้งาน ไม่มีอะไรต่างเลยกับ Fortuner เวลาเข้าศูนย์ที ทั้งค่าบริการ ค่าอะไหล่ จะแตกต่างกันมากแค่ไหน ผู้ที่เคยใช้รถยุโรปน่าจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

มีตัวเลือกเยอะ ในเรื่องของ “รุ่นย่อย”

เมื่อมีทางเลือกเยอะกว่า แน่นอนว่าจะช่วยให้การตัดสินใจซื้อนั้นทำได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Toyota Fortuner นั้นมาพร้อมกับตัวเลือกในรุ่นย่อยกว่า 8 รุ่นย่อย กับเครื่องยนต์ 3 รูปแบบ เครื่องยนต์ดีเซล 2 ขนาด 2.8L และ 2.4L เครื่องยนต์เบนซินที่ขนาด 2.7 เมื่อมองเทียบกับคู่แข่งตัวหลักอย่าง Mitsubishi Pajero Sport นั้นมีออกมาให้เลือกแค่ 4 รุ่นย่อย กับเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดียวเท่านั้น ส่วนทางด้าน Isuzu Mu-X สูสีขึ้นมาหน่อยในเรื่องจำนวนกับเครื่องยนต์ดีเซล 2 ขนาด 1.9L และ 3.0L กับรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด 7 รุ่น มีมาให้เลือกใกล้เคียง Fortuner เหมือนกัน แต่ข้อเสียคือ ไม่มีรุ่นเครื่องยนต์เบนซินให้เลือก ดังนั้นในเรื่องจำนวนรุ่นย่อยและประเภทเครื่องยนต์ที่หลากหลายกว่าใน Fortuner จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อเลือกรถรุ่นนี้

คู่แข่งในกลุ่มเดียวกันของ Fortuner น่ากลัวไม่เบา

ซึ่งทุกปัจจัยที่นำมาเสนอ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อโปรโมทให้คุณเห็นว่า Toyota Fortuner น่าซื้อแต่อย่างใด แต่ที่ต้องการนำเสนอก็เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึง “จุดแข็ง” ของรถรุ่นนี้ แต่ถ้าใครที่กำลังมองหารถในประเภทนี้อยู่ และใช้เหตุผลช่วยในการตัดสินใจซื้อ “ก้าวข้าม” ปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดแล้วเลือกซื้อรุ่นอื่นก็ “ไม่ผิด” แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้เช่นกัน ว่าปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดคือส่วนสำคัญที่ทำให้ Toyota Fortuner “บินสูง” ขายดีกว่าคู่แข่งอยู่ถึงตอนนี้

ดูเพิ่มเติม

Comments

comments

You May Also Like