“4 สาเหตุ” ที่ห้ามมองข้าม เพราะมันจะทำให้รถยนต์ของท่านสตาร์ทไม่ติด!

เคยไหมขับรถอยู่ในที่เปลี่ยวๆมึดๆแล้วรถยนต์ของท่านเกิดดับ ให้ลองเสียบกุญแจแล้วสตาร์ทดู ถ้ามีเสียงดังแชะๆ หรือ ไม่ดังเลย ซึ่งสาเหตุหลักๆอาจจะเกิดจาก 4อย่างนี้ นั่นก็คือ แบตเตอรี่เสื่อม,เปิดอุปกรไฟฟ้าในรถทิ้งไว้,ไดชาร์จเสื่อม,มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา, เบื้องต้นให้ลองให้ลองบีบแตรดูถ้าเสียงเบากว่าปกติ นั่นอาจะเป็นเพราะแบตเตอรี่อ่อน ทำให้ไฟไม่พอไปหมุนไดสตาร์ท

PushStart_980x477
1.แบตเตอรี่ :: แบตเตอรี่ทั่วไปจะมีอายุการใช้งาน 2ปี ควรตรวจเช็คเป็นระยะๆ ซึ่งอาการของแบตเตอรี่ใกล้จะหมดจะมีอาการ (สตาร์ทยาก หรือ สตาร์ทไม่ติด)  ในขณะที่เราจอดรถทิ้งไว้นานๆ แล้วกลับมาสตาร์ทอีกที สาเหตุอาจจะเกิดจากการที่แบตเตอรี่เสื่อมแล้ว เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่เก็บไฟแล้ว ให้ลองพ่วงแบตจากรถคันอื่นดูถ้าเกิดสตาร์ทติดให้เตรียมใจไว้ได้เลยว่าแบตเตอรี่ “เสื่อม” หรือ ไดชาร์จอาจจะมีปัญหาร่วมด้วย ถ้าเปลี่ยนแบตใหม่แล้วยังไม่หาย ก็ต้องไปเช็คที่ไดชาร์จต่อ

2.เปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทิ้งไว้ :: ในหลายครั้งที่คนใช้รถชอบจะลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้ารถ,ไฟในห้องโดยสาร,เครื่องเล่นเพลง, เป็นต้น นั่นเป็นสาเหตุที่กินประจุไฟฟ้าโดยที่เราไม่รู้ตัว สามารถแก้ได้ด้วยการพ่วงแบตเตอรี่(สตาร์ท”รถเกียร์ Auto”) เข็นเพื่อสตาร์ท (รถเกียร์ธรรมดา) โดยที่สตาร์ทเสร็จห้ามดับเครื่องยนต์ในทันที ให้ใช้งานไปสักพักจนแบตเตอรี่เริ่มชาร์จไฟ เมื่อประจุไฟฟ้าเพียงพอค่อยดับเครื่องยนต์

3.ไดชาร์จเสื่อม :: ไดชาร์จ (Alternator) ทำหน้าที่เป็นตัวผลิตไฟฟ้า โดยอาศัยกำลังเครื่องยนต์ส่งกำลังจากพูลเลย์ (Pulley) ข้อเหวี่ยงผ่านสายพาน มาขับเคลื่อนให้ไดชาร์จหมุน เพื่อปั่นกระแสไฟออกมาใช้ในรถยนต์ ถ้าไดชาร์จไม่พอหรือเสีย ไม่ชาร์จเลย จะมีไฟรูปแบตเตอรี่ขึ้นที่หน้าปัด ถ้าโชว์ก็แสดงว่าเสื่อม ควรจะรีบนำรถเข้าเช็ค พยายามปิดอุปกรณ์กินไฟต่างๆ เช่น แอร์ เพื่อประหยัดไฟให้พอใช้ในการขับไปซ่อม

4.มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา :: หากเราลองพ่วงแบตก็แล้ว เปลี่ยนแบตลูกใหม่ก็แล้วยังไม่หาย ดูที่หน้าปัดก็มีไฟติด ให้มุ่งเป้าไปที่มอเตอร์สตาร์ทได้เลย มอเตอร์สตาร์ทก็ตามชื่อเลยมันเป็นตัวสำคัญในการสตาร์ทเครื่องยนต์ทำหน้าที่หลักคือการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงเป็นพลังงานกลในการหมุนล้อช่วยแรงหรือไฟวิน เพื่อทำให้ลูกสูบขยับจนเข้าไปสู้กระบวนการจุดระเบิดต่อไป

lexus12_3
แต่เพื่อความสะดวกและความชัวร์ หากรถของท่านมีปัญหาแนะนำให้นำรถไปเช็คตรวจสอบ ที่ศูนย์บริการใกล้บ้านท่าน

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมได้ที่นี่!

Comments

comments

You May Also Like