ความรู้เรื่อง “ยางรถยนต์”

ในการออก แบบรถรุ่นใหม่ๆ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ได้พิจารณาหาทางลดเสียงต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้รถมีความ สุนทรีย์ในการขับขี่มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับผู้ผลิตยางรถยนต์ต่างก็พยายามที่จะพัฒนา ยางรุ่นใหม่ ๆให้มีเสียงเกิดขึ้นขณะใช้งานน้อยที่สุด เงียบที่สุด ที่นี้เราลองมาดูกันว่าเสียงยางนั้นมีกี่ชนิดและเกิด ขึ้นได้อย่างไร

ความรู้เรื่องยางรถยนต์
ความรู้เรื่องยางรถยนต์

1. เสียงดอกยาง : ขณะยางวิ่งสัมผัสพื้นถนนอากาศจะถูกอัดอยู่ภายในร่องดอกยางกับพื้นผิวถนน เมื่อยางวิ่งต่อไปอากาศจะขยายตัวออกจากร่องยางทำให้เ กิดเสียงขึ้น เสียงจะเกิดขึ้นต่อเนื่องซ้ำอยู่ตลอดเวลาด้วยความถี่ คงที่

2. เสียงแหลม : เสียงแหลมดัง “เอี๊ยด” เกิดจากการออกรถหรือหยุดรถอย่างกะทันหันหรือขณะเลี้ย วรถมุมแคบอย่างทันทีท้นใด เสียงดังกล่าวเป็นตัวชี้ให้ทราบว่าผู้ขับรถได้ใช้งาน จนเกินความสามารถของยางที่จะรับได้ ความสามารถในการยืดเกาะถนน

3. เสียงถนน : ผิวถนนในปัจจุบันนี้มีอย่างมากมายหลายประเภท เช่น คอนกรีตผิวเรียบ,คอนกรีตมีร่องเล็กๆ ตามแนวขวาง,
แอสฟัสต์ผิวเรียบ แอสฟัสต์มีหินลอย, ทางลูกรัง ฯลฯ เวลาขับรถผ่านผิวถนนดังกล่าวก็จะเกิดเสียงต่างๆกันออ กไป

4. เสียงสะเทือน : เสียงนี้เกิดขึ้นจากความสั่นสะเทือนของยางเมื่อวิ่งผ ่านผิวถนนที่มีสภาพผิดปกติ เช่น เป็นหลุม ,แตกร้าว หรือเนื่องจากความไม่สมดุลของยาง

5. เสียงดอกยางบิดตัว : เป็นเสียงที่เกิดขึ้นเนื่องจากการบิดตัวไม่สัมผัสถนน ของดอกยางบางส่วนเกิดขึ้นในขณะเลี้ยวโค้ง แต่ไม่รุนแรงถึงกับหน้ายางลื่นไถล

เมื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับชนิดและที่มาของเสียงแล้ว เราลองมาดูกันว่าองค์ประกอบที่ทำให้เกิดเสียงดอกยางดังมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ในเบื้องต้นคุณที่ใช้รถ น่าจะรู้สาเหตุไว้บ้าง เผื่อเป็นแนวทางในการบำรุงรักษาต่อไป แต่อย่างไรแล้วน่าจะสละเวลาสักนิด นำรถเข้าร้านเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่มาของเสียง น่าจะปลอดภัยกว่า เติมลมธรรมชาติหรือจะเติมไนโตรเจนดีกว่ากัน

หลายคนสนใจ เพราะความเชื่อหรือโฆษณาว่า “การเติมไนโตรเจน” 100 เปอร์เซ็นต์ แทนการเติมลมธรรมดา แล้วแรงดันลมยางจะเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่อวิ่งไปไกลๆ แล้วยางร้อนขึ้น แต่ในความเป็นจริงอากาศรอบๆ ตัวเราก็มีไนโตรเจนอยู่กว่า 75 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ส่วนออกซิเจนนั้นมีอยู่กว่า 20เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการขยายตัวออกอากาศปกติกับไนโตรเจนล้วนๆ เมื่อเกิดความร้อนขึ้นการขยายตัวของลมยางจึงไม่ต่างก ันมาก แต่ปัญหาที่สำคัญกว่า และถูกมองข้ามเป็นประจำ กลายเป็นเรื่องความชื้นหรือไอน้ำที่ผสมอยู่ในลมที่ถู กเติม เพราะปั๊มลมส่วนใหญ่มีการกรองเอาไอน้ำออกไม่หมด หรือไม่มีการกรองเลย ซึ่งในการเติมลมตามสถานที่ทั่วไป จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงลมผสมไอน้ำได้ เพราะไม่สะดวกที่จะตรวจสอบ เมื่อความชื้นกลับกลายเป็นน้ำ แรงดันรวมของยางจะลดลง แต่เมื่อยางร้อน น้ำที่อยู่ภายในก็จะกลายเป็นก๊าซ ทำให้มีแรงดันเพิ่มขึ้น ดังนั้นการเติมลมด้วยไนโตรเจนล้วนๆ จึงอาจจะดีในแง่ที่มีความชื้นปนอยู่น้อยมาก หากอยากเติม ก็ควรสะดวกทั้งในการเติมครั้งแรก และการเติมครั้งต่อๆ ไป ถ้าเติมได้แค่ครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปเติมด้วยลมธรรมดา (ที่มีไอน้ำปนอยู่) ประโยชน์ที่ได้ก็จะลดลงไปด้วยค่ะ

Comments

comments

You May Also Like