ขับรถตอนฝนตก….เปิดไฟฉุกเฉินวิ่งคิดว่าปลอดภัยแต่อันตรายกว่า

ในเช้าวันนี้หลายพื้นที่ฝนตกหนัก จะสิ้นปีอยู่แล้วแต่พายุก็ยังไม่ได้จากเมือไทยไปไหนซะเลย ยังคงวนเวียนมาเรื่อยๆ สำหรับวันนี้ก็มีสาระดีๆ เกี่ยวกับการขับรถตอนฝนตกมาฝากกันครับ

ขับรถตอนฝนตกอย่าเปิดไฟฉุกเฉิน
ขับรถตอนฝนตกอย่าเปิดไฟฉุกเฉิน

หลายคนเมื่อขับรถตอนฝนตกหนักมักจะใช้ไฟฉุกเฉิน แต่บางคนหารู้ไม่ว่าในขณะที่เปิดไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยวจะไม่ทำงาน ทำให้เมื่อต้องการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน รถคันที่ตามมาหรือคันข้างๆ ไม่ทราบเลยว่าเรากำลังจะเลี้ยวหรือกำลังจะเปลี่ยนเลน ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรือบางครั้งฝนตกหนักมากๆ ก็อาจทำให้คันที่ตามมาไม่ทราบว่ารถเสียจอดอยู่ หรือรถกำลังวิ่งอยู่ และบ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุด้วยเหตุนี้ นอกจากนี้การเปิดไฟฉุกเฉินยังเป็นการรบกวนสายตาผู้อื่นเกินความจำเป็นอีกด้วย และหากมีรถเสียขึ้นมาจริงๆ และรถคันอื่นใช้ไฟฉุกเฉินกันอย่างพร่ำเพรื่ออาจทำให้คันที่ตามมาเข้าใจผิดว่า ข้างหน้ามีจราจรติดขัดทำให้จอดตามๆ กัน ซึ่งก็ส่งผลให้รถติดยาวเลย

ซึ่งตาม พรบ.จราจร มาตรา 9 และกฎกระทรวงข้อ 11 กฎหมายแล้วนั้น กำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉิน เฉพาะกรณีรถเสียที่จอดอยู่กับที่เท่านั้น

วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อต้องขับรถตอนฝนตกหนักก็คือ

1.ใช้ความเร็วต่ำ และเปิดไฟหน้า

2.ไม่เปลี่ยนช่องทางหากไม่จำเป็น และไม่ขับรถชิดคันหน้าจนเกินไป

3.ไม่เปิดไฟสูง เพราะรบกวนสายตารถคันอื่นและตัวเองอีกด้วย

4.หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ส่องสว่างให้ใช้งานได้ปกติ

นอกจากนี้บางคนใช้ไฟฉุกเฉินเพื่อข้ามสี่แยก บริเวณสี่แยกนั้น หากเปิดไฟฉุกเฉิน รถทางซ้ายและขวา จะเห็นไฟกระพริบเพียงมุมใดมุมหนึ่งเท่านั้น ทำให้นึกว่าคุณกำลังจะเลี้ยว จึงมิได้ชะลอความเร็วลง ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง ชะลอความเร็วก่อนถึงแยก มองซ้ายขวาให้รอบคอบ ไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณ

อีกกรณีหนึ่งที่ควรทราบก็คือบางคันติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ควรใช้เมื่อทัศนวิสัยแย่มากๆ เท่านั้นนะครับ โดยสังเกตดูง่ายๆว่า หากคุณไม่สามารถมองเห็นไฟท้ายของรถคันหน้า หรือไฟหน้าของรถคันหลัง ในระยะ 50-100 เมตร ก็อาจเปิดไฟตัดหมอกได้ เพื่อให้รถคันอื่นเห็นคุณจากระยะไกลขึ้น และเมื่อทัศนะวิสัยดีขึ้น ควรปิดทันที เพื่อไม่ให้แยงสายตารถคันอื่นครับ เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัยขึ้นแล้วล่ะครับ

Comments

comments

You May Also Like