จริงหรือ! เปิดไฟตัดหมอกไม่ถูกกาลเทศะจะอันตรายถึงชีวิตได้

สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นที่คนขับรถพูดถึงกันมากที่สุดในขณะนี้ โดยยกมาจากกระทู้  http://pantip.com/topic/34880602  ในเรื่องของการใช้ไฟตัดหมอก ทั้งหน้าและหลังที่ผิดวิธีอาจโดนยิงตายได้ ถึงแม้เนื้อหาที่สื่อจะพยายามบอกว่า รถยนต์ควรใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกกาลเทศะ แต่การบอกว่าอาจโดนยิงตายได้นั้นรุนแรงเกินจริงไปครับ ทางที่ดีนั้นไม่ควรอย่างยิ่งเลยที่จะพกปืนไว้ในรถ และในปัจจุบันนั้นจะเห็นว่าข่าวการทำร้ายร่างกายกันบนถนน จากปัญหากับขับขี่รถยนต์นี้เยอะมาก ทางเราไม่สนับสนุนนะครับ การใช้รถใช้ถนนครจะใจเย็นๆ กันหน่อย ถ้อยที ถ้อยอาศัยกันครับ และเรื่องพกปืนในรถ ส่วนใหญ่มีความผิดแน่นอนเพราะส่วนใหญ่ปืนที่มีใบขึ้นทะเบียนจะอนุญาติให้ครอบครองได้ แต่ไม่สามารถพกไปไหนมาไหนได้ แต่ก็จะมีรายละเอียดต่างๆ หลายประการ ที่จะต้องศึกษาอย่างละเอียด อย่างเช่นในเรื่องของการเก็บปืนไว้ในรถ ห่ออาวุธปืน และแม็กกาซีน ถูกเก็บไว้อย่างไร ก็มีความผิดที่แตกต่างกันออกไป ในคราวหน้าเราจะมาให้ความรู้ในเรื่องนี้ครับ แต่วันนี้เรามาพูดถึงการใช้ไฟตัดหมอกว่าแท้จริงแล้วนั้นไฟตัดหมอก มีความจำเป็นอย่างไร ใช้อย่างไร และใช้ในโอกาสไหนบ้าง

ไฟตัดหมอก 1

การใช้ไฟตัดหมอกต้องบอกก่อนว่าสวิทซ์ไฟตัดหมอกนั้นไม่ได้มีในรถทุกรุ่น แต่สามารถติดตั้งเพิ่มได้ในรถทุกคัน  เพราะฉนั้นสวิทซ์ไฟตัดหมอกจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่ก็ยังใช้สัญลักษณ์สวิทซ์เหมือนกัน คือสัญลักษณ์นี้ แล้วการสังเกตุว่ารถเปิดไฟตัดหมอกอยู่หรือไม่ ก็สังเกตุหน้าปัดว่ามีสัญลักษณ์นี้ขึ้นอยู่หรือไม่ บางคนไม่รู้ก็เปิดๆ ไปทุกอย่างด้วยความไม่รู้ ก็จะถูกเพื่อนร่วมทางด่าเอาได้ครับ หากเปิดไฟตัดหมอกหน้าก็จะเห็นเป็นสัญลักษณ์นี้

สัญลักษณ์ไฟตัดหมอกหน้า
สัญลักษณ์ไฟตัดหมอกหน้า

และนี่เป็นสัญลักษณ์ของไฟตัดหมอกหลัง สวิซท์ของไฟตัดหมอกหลังก็จะใช้สัญลักษณ์นี้เช่นกันครับ

สัญลักษณ์ไฟตัดหมอกหลัง

ไฟตัดหมอกส่วนใหญ่จะเป็นไฟสปอร์ตไลท์ ส่องในระนาบขนานกับพื้นถนนหรือตกพื้นในระยะไกล ความสว่างมีมาก ทำให้ส่องได้ไกลกว่า โดยเฉพาะในยามที่ฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด หลอไฟหน้าปกติ ถ้าเปิดส่องในขณะที่หมอกลงจัด มุมที่เอียงลงต่ำจะไม่เกิดมุมสะท้อนกลับสู่สายตาของผู้ขับขี่จึงทำให้แสงที่ส่องผ่านไปมีน้อย ทำให้มองเห็นได้ในระยะแค่ไม่เกิน 10-15 เมตร  ยังทำให้เกิดอาการแสบตากับแสงที่สะท้อนกลับมาแต่ว่าไฟตัดหมอกนั้น แสงที่ส่องจะเป็นลำแสงที่ขนานกับพื้นถนน ไม่สะท้อนมายังห้องโดยสาร เพราะแสงสามารถทะลุทะลวงได้มากและสะท้อนกลับมาในมุมที่ไม่กระทบต่อสายตาของผู้ขับขี่ ซึ่งทำให้มองเห็นได้ในระยะไกลมากกว่า 30- 80 เมตร

ไฟตัดหมอก 2

ในปัจจุบันขาซิ่ง นักแต่งรถทั้งหลายมักชอบแต่งไฟรถด้วยไฟตัดหมอกหน้า ไฟตัดหมอกหลังและบางคนเปิดใช้อย่างไม่รู้กาลเทศะจึงทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำอันตรายให้กับผู้ใช้รถคันที่สวนมาหรือคันที่ตามหลังมา เพราะไฟตัดหมอกเป็นไฟที่ให้ความสว่างสูง เป็นสปอร์ตไลท์  โดยถ้าหากเปิดใช้อย่างไม่รู้กาลเทศะ อย่างเช่น เปิดในตอนที่มีรถสวนหรือตามหลังมา แสงไฟนั้นจะไปกระทบสายตาของผู้ที่ขับรถสวนทางมา แล้วทำให้เกิดสายตาพร่ามัว ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้สูงมาก ว่าแต่จะใช้ไฟตัดหมอกในเวลาไหนได้บ้างล่ะ จึงจะถูกกาลเทศะ ลองอ่านแล้วมาใช้ไฟตัดหมอกให้ถูกกาลเทศะกันครับ

ไฟตัดหมอกควรใช้ในโอกาสดังต่อไปนี้ จึงจะเป็นประโยชน์ และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

-ใช้ไฟตัดหมอกหน้าหลังขณะที่ฝนตกปอยๆ หรือ ตกหนัก ถึงแม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ใช้ได้ มันจะช่วยให้รถที่กำลังขับสวนทางมาเห็นรถของเราได้อย่างชัดเจน ไฟตัดหมอกหลังจะช่วยให้รถคันหลังที่ตามมามองเห็นท้ายรถเรา

-ใช้ไฟตัดหมอกขณะขับรถขึ้นภูเขาสูง ขึ้นดอย หรือยอดเขา โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ที่จะมีหมอกลงหนาๆ ทั้งในเวลาเช้าที่หมอกหนาๆ และตอนกลางคืน เพราะที่สูงๆ นั้น ในฤดูหนาวจะมีหมอกหนากว่าปกติ

-ใช้ไฟตัดหมอกในเวลากลางคืนหลังฝนหยุดตกหรือเมื่อถนนยังเปียกอยู่ การขับรถเวลานี้จะมีละอองน้ำจากถนนกระเด็นหนา บางทีกระเด็นจนไฟหน้ามองเห็นไม่ชัดเหมือนปกติ การเปิดไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นดีขึ้น

-ใช้ในโอกาสที่เจอหมอกควันบดบังทัศนวิสัยการมองเห็นถนนข้างหน้าน้อยกว่า 50 เมตร แต่ที่สำคัญจะต้องรีบปิดไฟทันทีที่มองเห็นรถกำลังสวนมาทันที่ที่มองเห็นไฟหน้าของรถที่กำลังสวนมา หรือทันทีที่มองเห็นไฟรถคันหลังในกระจกมองข้าง ก็ควรรีบปิไฟตัดหมอกด้านหลังทันที

ส่วนไฟซีนอนด้านหน้า ที่มีแสงสว่างจ้าเกินไปนั้นถือว่ามีความผิดข้อหาติดมาแล้วก่อความเดือดร้อนต่อร่างกายและจิตใจของผู้อื่น ขณะที่การติดไฟนอกจากเรื่องความสว่างแล้วยังต้องแสดงแนวจำกัดแสงตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เนื่องจากผู้ใช้รถบางรายได้ปรับแต่งทิศทางการส่องสว่างของไฟให้ให้สูงขึ้นจากเดิมเพื่อให้ส่องสว่างได้ไกลขึ้น ซึ่งทำให้รบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถคันอื่น นอกจากนี้ยังมีการกำหนดไฟ 2 ดวงที่ติดตั้งด้านหน้าต้องอยู่ห่างจากจากริมสุดของรถทั้งซ้ายและขวาไม่เกิน 40 เซนติเมตร สูงจากพื้นถนนไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร ในรถยนต์เล็ก ส่วนของรถใหญ่ ต้องไมเกิน 1.35 เมตร ส่วนสีของดวงไฟนั้นจะต้องมีแสงสีขาวหรือเหลืองอ่อน หากดัดแปลให้เป็นสีอื่นเช่น สีฟ้า สีม่วง สีเขียว จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อีกด้วย ครับ

ย้ำอีกครั้งครับว่า การเปิดไฟตัดหมอกไม่ได้ทำให้อันตรายถึงชีวิตหรอกครับ แค่คนใจร้อนต่างหากครับที่ทำให้อาจเกิดเสียชีวิตได้ เพียงเป็นเรื่องของน้ำใจบนท้องถนนครับที่เวลาขับขี่รถยนต์ก็ต้องคำนึงถึงผู้ใช้รถในเส้นทางเดียวกันครับ ว่าเขาจะเดือดร้อนหรือไม่ จึงต้องตระหนักมากๆ ครับว่า ควรใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกวิธี

 

 

เทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการใช้รถยนต์อาจยังไม่เคยรู้ได้ คลิ๊กที่นี่

Comments

comments

You May Also Like