รู้ยัง!! ประโยชน์เคลือบแก้ว มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไรมาดู!?

เคลือบแก้ว หรือ Glass Coating นั้น ได้รับความนิยมในบ้านเรามาระยะหนึ่งแล้ว และในปัจจุบัน คาร์แคแทบทุกแห่งขึ้นป้าย ราวกับจะกลายเป็น ร้านเคลือบแก้วรถยนต์ มากกว่าจะเป็นแค่รับล้างรถธรรมดา ทั้งนี้จุดสังเกตุหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ มักจะมีห้อง ขัดสีรถ เป็นห้องแอร์ มีห้องรับรองแขกอย่างดี รวมทั้งมีร้านกาแฟสดจำหน่ายให้แก่ลูกค้าด้วย

maxresdefault
เคลือบแก้ว (Glass Coating) มีต้นกำเนิดแรกๆ มาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความหนา และแข็งมาก เทคโนโลยีแรกๆ จะเป็นระบบพ่น ซึ่งต้องใช้ผู้ชำนาญการ  ช่างพ่นฝีมือไม่ดี พ่นหนาไปบ้าง ก็แตกล่อน จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆคน มีคำถามว่า  “เคลือบแก้ว…แล้วมันจะแตกมั้ย”  คำตอบคือ “ถ้าเคลือบเป็นก็ไม่แตก”   ประโยชน์ของเคลือบแก้ว ที่ชาวญี่ปุ่นให้ไว้ คือ

1.) รถจะต้องทำความสะอาดง่าย  ฝุ่นไม่เกาะ  น้ำไม่เกาะ คราบสกปรกติดน้อย  เพราะคนญี่ปุ่นล้างรถเอง
2.) สีไม่ซีดจาง เพราะรถของเค้าจอดตากแดด  เหมือนกับรถในประเทศไทย
3.) ป้องกันคราบจาก มูลนก ยางไม้
4.) เกิดรอยขนผ้า ขนแมว น้อย หรือถ้าจะเกิด  ก็ไม่โดนแล็คเกอร์ (ไม่ใช่ทนรอยขีดข่วนหนักๆ หรือ การเอาฟองน้ำติดทรายไปล้างรถ แล้วจะไม่เกิดรอย  มันทนไม่ได้ขนาดนั้น อย่าเข้าใจผิด)

จากนั้นเคลือบแก้วก็ถูกพัฒนาต่อๆมา เป็นระบบทำให้สามารถใช้งานง่าย และลดความเสี่ยงในการเคลือบลง

Banner-Motor2you-Cream
ข้อเสีย ของการเคลือบแก้ว

– ราคาสูง / ต้องใช้ความชำนาญในการทำ
– ถ้าคนที่ชอบลูบผิวรถ หลังลง Wax แล้ว จะไม่ชอบสัมผัสจากเคลือบแก้ว มันฝืดๆ ไม่เรียบลื่น
– ไม่ได้ความเยิ้มเหมือนการลง Wax
– ถ้าลงแล้วไม่ได้ลูบดินน้ำมันหรือลงคลีนเนอร์ ใช้รถไป ล้างอย่างเดียวจะเก่าเหมือนเดิม ถ้าเจอฝุ่นละออง มลภาวะ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ ประโยชน์และวิธีการเคลือบแก้วในเบื้องต้น บทสรุปก็คือแล้วแต่ความชอบ แล้วแต่กำลังทรัพย์ และความขยันในการดูแลรักษารถครับ จะเคลือบอะไรก็ดีหมด ดีกว่าไม่ได้เคลือบป้องกันไว้เลยครับ

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

Comments

comments

You May Also Like