ไม่อยากเสียรู้ ต้องอ่าน!! “เงื่อนไขประกันภัยรถยนต์” ที่หลายยคนยังไม่เข้าใจ!

หลายคนมีรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสิ่งที่จะมาคู่กับรถนั่นก็คือ “ประกันภัย” และ “ใบขับขี่” แน่นอนว่าทั้ง 2 อย่างนี้จะเป็นตัวช่วยเราได้ เวลาเกิดสิ่งไม่คาดคิดขึ้นและยังช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายให้เราด้วย เช่น เกิดอุบัติเหตุ,ขับรถชน,ชนประตูบ้าน,มีรอยขีดข่วน เป็นต้น หลายคนคงเคยคิดว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา จะเรียกประกันมา แต่ไม่มีใบขับขี่ควรทำไงดี บางคนก็อาจจะใช้วิธีผิดๆด้วยการ ยัดเงินพนักงานเคลม หรือ เปลี่ยนคนขับ

feature24-1068x712*** หากมีประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ไม่ว่าท่านจะเกิดเหตุกรณีใดๆก็ตาม ประกันจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะชน พลิกคว่ำ ชนรั้ว ชนอะไรก็ตามที่เป็นทรัพสินย์ของคนอื่น ไม่ว่าจะมีใบขับขี่หรือไม่มี ประกันจะผ่ายจ่ายทั้งหมด

ข้อดีมีใบขับขี่ ไม่มีใบขับขี่ คือ
ถ้าเกิดไม่มีใบขับขี่ แล้วเกิดเหตุไปชนท้ายรถเขา ประกันจะจ่ายค่าซ่อมให้กับรถคู่กรณี ส่วนรถของท่านนั้นประกันจะไปรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นท่านต้องซ่อมเอง แต่ถ้าท่านมีใบขับขี่ประกันจะซ่อมให้ท่านด้วย ล่ะก็คู่กรณีด้วย แต่กรณีที่ท่านเปิดเคลมแห้ง (ไม่มีคู่กรณี) สำหรับท่านที่มีประกันชั้น 1 อยู่ อย่าปล่อยละเลยให้สิทธ์ของท่านเสียไป หากรถมีรอยขีดข่วน สะเก็ดหิน อยากได้สีใหม่ เพียงใช้บุคคลที่มีใบขับขี่ ก็สามารถแจ้งขอเคลมสีของท่านได้ ***รถมีประกันชั้น 2-3 ธรรมดา ไม่ต้องกังวลใดๆ ท่านจะขับชนอะไรก็ตามประกันจะรับผิดชอบให้หมด ยกเว้นชั้น 2 กรณีรถหายหรือไฟไหม้จำเป็นต้องมี ***รถที่มีประกันชั้น 2-3 พลัส หรือ ประเภท 5 ลักษณะเดียวกับประกันชั้น 1 แต่จะแตกต่างตรงที่จะต้องเป็นรถชนรถ รถที่มีป้ายทะเบียนเท่านั้น จักรยาน ซาเล้ง ไม่เกี่ยว รถชนรถ มีใบขับขี่ก็ซ่อมทั้งคู่ ไม่มีก็ซ่อมเฉพาะทรัพย์ที่เราชน

 1.) เมาสุรากับประกันภัย ไม่ต้องกังกลใดๆครับ เงื่อนไขของประกันภัย จะไม่รับผิดชอบให้ท่านต่อเมื่อท่านเมาในระดับแอลกอฮอล์ เกิน 150 เพราะฉะนั้นถ้าท่านเมาไม่มากสิ่งที่ต่องระวังมากที่สุดคือ ตำรวจ พยายามหลีกเลี่ยงขี้นโรงพัก เป่าแอลกอฮอล์ เมื่อเกิดเหตุรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาล อย่าให้พยาบาลเจาะเลือดท่าน ถ้าไม่มีหลักฐานประกันต้องจ่ายสถานเดียว

 2.) โดนชนแล้วหนีท่านทีมีประกันชั้น 1 หรือ 2-3 พลัส หากโดนชนแล้วหนีท่านต้องจำทะเบียนรถคันนั้นให้ได้ แล้วเตรียมใบขับขี่ ถ้าไม่มี ให้หาคนที่มีใบขับขี่เอาไปแจ้งความที่ ส.น ท้องที่นั้น นำใบแจ้งความมาแล้วโทรแจ้งประกัน ประกันจะส่งพนักงาน เครมมาเครมให้เรา ถ้าท่านไม่ทราบเลขทะเบียนของคันที่ชนท่าน สำหรับประกันชั้น 1 ให้แจ้งเป็นชนโน่นชนนี่ไม่มีคู่กรณี ตามสภาพบาดแผลที่น่าจะเป็น สำหรับ 2-3 พลัส อดไป

 3.) เลขทะเบียน เลขเครื่อง สีรถ ภาษีขาด อธิบายสั้นๆง่ายๆว่าประกันยึดถือตัวเลขถึงรถเป็นหลัก ไม่ว่าป้ายไม่ตรง เลขครื่องไม่ตรง สีไม่ตรง ภาษีขาดต่อ ไม่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ไม่ต้องซีเรียสไม่ต้องกลัว ประกันไม่จ่าย หากเลขตัวรถท่านตรงเป็นอันแฮปปีั้ ยกเว้นกรณีที่ประกันหาตัวเลขถังรถท่านไม่เจอ ประกันอาจขุดเลขเครื่องของท่านแทน

4.) ใบขับขี่โดนยึด หมดอายุ หาย หากใบขับขี่โดนยึดให้แสดงใบสั่งแทน ประกันจะยึดถือแค่ว่าจะไม่คุ้มครองผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาติเท่านั้น หากหมดอายุก็แสดงไปใช้ได้ไม่มีปัญหา หากโดนยึดก็แสดงใบสั่ง หากหายถ้ามีสำเนาก็แสดงสำเนาหรือหากไม่มีในวันนั้นในวันที่เอารถเตรียมเข้าซ่อมก็เอาไปด้วยไม่งั้นอดซ่อม และหากหายไม่มีสำเนาก็ไปทำมาซะแต่ตอนเกิดเหตุต้องแจ้งว่ามีไว้ก่อน ไม่ได้เอามาหรืออะไรก็ว่าไป มีเวลาๆเรื่อยๆจนกว่าท่านจะเอารถเข้าซ่อม

 5.) เวลาเกิดเหตุกลางถนนหากตกลงกันได้ว่าใครผิดใครถูก คนผิดยอมรับผิด ให้เคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุทันที อย่าไปจอดเกะกะชาวบ้าน ไม่จำเป็นต้องรอประกันมาถึง หากไม่รู้ใครผิดให้ตำรวจตัดสินแล้วย้ายรถออกได้ หรือไม่มีตำรวจหากบังเอิญพกสีสเปร์มา ให้พ่นต่ำแหน่งที่ล้อทั้ง2คัน ที่บริเวณหน้า+ท้าย+ข้าง ของรถทั้ง 2 คัน ไม่จำเป็นต้องไปโรงพักหากคุยกันได้ ยกเว้นการชนคู่กรณีที่มีมากกว่า 2 คัน ถึงต้องไปโรงพัก และคนที่ผิดต้องโดนปรับข้อหาขับรถโดยประมาท

 6.) ช่างล่างกระแทกพัก แม็กซ์ดุ้ง ยางระเบิด และ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ประกันชั้น 1 ต้องจ่ายให้ท่านทุกกรณีแต่ต้องมีใบขับขี่ หากท่านมีอุปกรณ์ตกแต่งราคาแพงต้องการคุ้มครองกรณีสูญหายให้ท่านเตรียมใบเสร็จจากร้านที่ติดตั้ง เช่น แม็กซ์ เครื่องเสียง แล้วโทรสอบถามเงื่อนไขประกันภัย ให้ประกันเพิ่มสลักหลังคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งนั้นๆ ประกันจะคิดเบี้ยท่านเพิ่มแต่ไม่มาก แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องหายก็ไม่ต้อง เพราะหากเสียหายก็ยังเหลือซากให้เห็นอยู่แล้ว ยางที่ถูกกระแทกจนระเบิดประกันจะจ่ายแค่ครึ่งเดียวครับ พวกยางแพงๆขอบ 19-20 ก็จัดไปส่วนที่เป็น 2-3พลัส อดครับ เว้นแต่การเสียหายนั้นสืบเนื่องมาจากการชนกับของรถที่มีทะเบียน -เช่น รถท่านโดนปาดหน้าจนเสียหลักพึ่งชนต้นไม้ ตกคลอง กระแทกฟุตบาต แบบนี้ประกันก็ต้องซ่อมให้ท่านครับไม่ใช่แค่แผลที่เกิดการประทะกันระหว่างรถกับรถ

 7.) ประกันภัยชั้น 1 เคลมสีรถแล้วจะเปลี่ยนสีสามารถทำได้ครับโดยให้แจ้งประกันว่าจะเปลี่ยนสี ประกันยึดหลักว่าเกิดเหตุจริง ซ่อมจริง หากคุณจะเปลี่ยนสีก็ไม่ใช่ปัญหา

 8.) เคลมอะไหล่แล้วอยากเปลี่ยนเป็นอะไหล่แต่งสามารถทำได้ เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย กันชน สเกิร์ต โดยการเพิ่มเงินส่วนต่าง ถ้าอู่นั้นโอเคกับท่าน หรือมีอู่ที่ใช้ประจำก็ให้อู่ทำใบเสนอราคาแล้วนำรถไปที่บริษัทไปคุมราคา (ตกลงราคา) แล้วก็จัดซ่อมเอง ทีนี้อยากจะเปลี่ยนอะไรก็ตามสบายเลย เสร็จแล้วประกันจะโอนเงินค่าซ่อมคืนให้แก่ท่าน

 9.) ทุกครั้งที่รับใบแจ้งความเสียหาย หรือใบเคลม ท่านต้องตรวจสอบความเสียหายให้ตรงตามจำนวนชิ้นให้แน่นอนก่อนเซ็นรับ ผิดหรือถูกให้แย้งและแก้ไขในรายการทันที ไม่งั้นส่วนที่ไม่ได้ลงท่านต้องซ่อมเองนะ ในกรณีที่ในชิ้นนั้นมีบาดแผลมาก่อนไม่เกี่ยวกับเหตุการครั้งนั้น ประกันจะวงเล็บว่า (แผลเก่า) แปลว่าประกันจะให้ครึ่งราคาเพราะชิ้นส่วนนั้นไม่สมบูรณ์ประกันจะไม่รับผิดชอบเต็มท่านต้องร่วมจ่ายด้วย

knock-for-knockสุดท้ายนี้สำหรับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว ลองศึกษาเรื่องประกันภัยเอาไว้ จะได้ไม่เสียรู้เวลาเกิดเหตุการไม่คาดคิดขึ้นครับ

13295292_1092485704145041_1578715065_nอ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

Comments

comments

You May Also Like