คนรักรถควรรู้!! ส่วนไหนบ้างที่ต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนด

เราคงไม่เคยสังเกตุกันใช่ไหมครับว่าอะไหล่รถยนต์บางอย่างก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ เพราะการดูแลรักษารถยนต์ก็ต้องศึกษาว่ามีอะไรบ้างที่เราควรเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เราจึงต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งานลองมาดูกันครับว่ามีส่วนไหนบ้างที่เราต้องดูแลกันบ่อย ๆ

g_gear1l-tile
1. น้ำมันเครื่อง และไส้กรอง น้ำมันเครื่องใช้ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดไว้ แต่ถ้าพบว่าน้ำมันเครื่องเป็นสีดำสนิทซึ่งแปลว่าน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพแล้ว ก็สามารถเปลี่ยนก่อนกำหนดได้เลย ส่วนใหญ่น้ำมันเครื่องจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร แล้วแต่ประเภท

2. ผ้าเบรค สังเกตุง่าย ๆ หากผ้าเบรคใกล้หมดจะมีเสียงเกิดขึ้นขณะที่เหยียบเบรค ซึ่งก็หมายความว่าเราควรเปลี่ยนได้แล้ว เพราะถ้าฝืนใช้ต่อไปจานเบรกอาจเสียหายได้ ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยน ประมาณ 50,000 – 70,000 กิโลเมตร

3. แบตเตอรี่ แบตเตอรี่มีมี 2 แบบ คือ แบบแห้ง และแบบเปียก ส่วนใหญ่แบบแห้งไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาอะไรมากตลอดอายุการใช้งาน ส่วนแบบเปียกจะต้องมีการเติมน้ำกลั่นตามระดับที่กำหนดไว้อยู่เสมอ และต้องเช็คน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้เต็มที่ ระยะเวลาการเปลี่ยนประมาณ 2-3 ปี ตามการใช้งาน

air_filter
4. ไส้กรองอากาศ ในการเผาไหม้เครื่องยนต์จำเป็นต้องรับอากาศบริสุทธิ์จำนวนมาก ไส้กรองอากาศเป็นส่วนหนึ่งในการกรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนเข้าไปยังเครื่องยนต์ และถ้าปล่อยไว้แล้วมีสิ่งสกปรกอุดตันก็จะทำให้การเผาไหม้ไม่เต็มที่กำลังเครื่องยนต์ก็จะลดลง ควรเป่าทำความสะอาดทุก ๆ 3,000-5,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

5. น้ำมันเกียร์ และไส้กรอง ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไป หรือแบบ CVT จะมีการเคลื่อนที่ภายในห้องเกียร์อยู่ตลอดเวลา จึงมีการสึกหรอสูง ซึ่งน้ำมันเกียร์ก็ควรได้รับการเปลี่ยนถ่ายบ้าง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานระบบเกียร์ ควรเปลี่ยนทุก ๆ  20,000 – 40,000 กิโลเมตรโดยประมาณ

6. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่มากับน้ำมันที่เราเติม ถ้าปล่อยให้ไส้กรองตัน เครื่องยนต์อาจมีกำลังส่งไม่พอ ทำให้ครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น และสตาร์ทยาก ควรเปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตรแล้วแต่รุ่นรถ

7. หลอดไฟต่างๆ ควรตรวจเช็คหลอดไฟต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟถอยหลัง ไฟตัดหมอกไฟต่าง ๆ ว่าส่องสว่างทุกดวงหรือไม่ เพราะหลอดไส้แบบฮาโลเจนมีโอกาสขาดง่ายกว่าแบบ Xenon และ LED การขับรถผ่านทางที่ทำให้รถได้รับการกระแทกแรง ๆ บ่อย ๆ หลอดไฟอาจจะขาดได้ จึงควรตรวจสอบเป็นประจำ

8. สายพานไทม์มิ่ง เครื่องยนต์ทั่วไป มีสายพานจำนวนหลายเส้นหลายอย่างเพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนโดยสมบูรณ์ แต่บางรุ่นสายพานไทม์มิ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์ ถ้าชำรุดหรือขาดจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรงมาก จึงควรเชค และเปลี่ยนทุก ๆ 100,000 กิโลเมตรโดยประมาณ

9. หัวเทียน หัวเทียนส่งถ้าเสื่อมสภาพ ก็จะมีผลต่อเครื่องยนต์ อาจทำให้เครื่องยนต์สะดุด และทำงานได้ไม่เต็มที่ ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 40,000 กิโลเมตร

10. ใบปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝนที่ใช้งานมาก ๆ อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร หากเราสังเกตุได้ว่าใบปัดน้ำฝนไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันที

Banner-Motor2you-Cream
พอจะทราบกันแล้วนะครับว่าเราควรดูแล และหมั่นตรวจสอบอะไหล่ส่วนไหนเป็นพิเศษบ้าง แต่ถึงอย่างไรสำหรับคนที่รักรถก็น่าจะดูแลรักษาทุกส่วนของรถอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าเราเปลี่ยนตามระยะเวลาที่กำหนดก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ได้ครับ

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมที่นี่!

 

Comments

comments

You May Also Like