Porsche Taycan กับการวางรากฐานของรถยนต์ไฟฟ้าสู่อนาคต

Porsche ค่ายรถสปอร์ตชื่อดังจากเยอรมนี ทุ่มงบกว่า 6 พันล้านยูโร พร้อมกับการจ้างตำแหน่งงานเพิ่มอีกกว่า 1,200 ตำแหน่ง เพื่อมุ่งพัฒนาสร้างรูปแบบกระบวนการผลิตใหม่ ตอบรับยุคแห่งพลังการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า กับรถสปอร์ตพลังอิเล็คทริค Porsche Taycan (ไทคานน์) ใหม่ ที่จะเปิดตัวในปี 2022

Porsche Taycan กับการวางรากฐานของรถยนต์ไฟฟ้าสู่อนาคต

กับแผนงานการพัฒนาสายการผลิตใหม่ภายใต้ชื่อ Porsche Production 4.0 นี้ ทาง Porsche ได้ทุ่มงบกว่า 6 พันล้านยูโร กับเพิ่มทีมบุคลากรอีกกว่า 1,200 ตำแหน่ง เพื่อเข้ามาอยู่ในแผนสำหรับการผลิตรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบใหม่ของค่าย ที่มีชื่อว่า Porsche Taycan อีกทั่งยังตั้งเป้าให้ภายในปี 2025 นี้ 50% ของรถรุ่นใหม่ที่มีจำหน่ายจาก Porsche จะเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าทั้งหมด จากคำกล่าวอ้างของรองประธานและสมาชิกคณะกรรมการบริหาร Lutz Meschke ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบส่วนงานการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศของ Porsche

ภายใต้งบมหาศาลที่อ้างมานั้นจะถูกใช้สำหรับการลงทุนในภาคปฎิบัติ วางโครงสร้างรูปแบบใหม่ของโรงงาน และผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเฉพาะด้าน แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทิ้งเป้าหมายในเรื่องของผลกำไรบริษัท ที่ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 15% เป็นอย่างน้อย  โดยทาง Meschke ยังกล่าวอีกว่า “นอกเหนือจากกระบวนการผลิตที่ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้วนั้น ส่วนของรายรับจากตัวสินค้าและการบริการด้านก็จะต้องมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

นอกจากนี้ภายในโรงงานหลักที่ Zuffenhausen, Stuttgart ยังถูกยกระบบรูปแบบการผลิตที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วยที่เรียกว่า “Factory within a factory” โดยผสานรูปแบบการผลิตที่ต่อเนื่องตามสายพานการผลิต ผสานเข้ากับรูปแบบการผลิตแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการประยุกต์ใช้ทรัพยากร และช่วยเพิ่มจำนวนรอบในการปฏิบัติงานให้สูงขึ้นตามคอนเซ็ปต์ “smart, green, lean” ซึ่งจะทำให้โรงงานที่นี่เป็นหนึ่งในโรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยมากที่สุดของโลก

รูปแบบใหม่ของระบบการสร้างรถ Porsche จะถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นโรงงานสุดล้ำได้

และการมาของสายการผลิตโปรเจครถ Taycan นี้ จะสามารถสร้างตำแหน่งงานเพิ่มกว่า 1,200 ตำแหน่งกับโรงงาน Zuffenhausen แห่งนี้ ซึ่งจะยังมีหน้าที่รับผิดชอบกับโปรเจครถใหม่อีก 2 รุ่น เพื่อเป็นการปูพื้นฐานสร้างทีมงานการผลิตคุณภาพ รวมไว้ระหว่างบุคลากรที่มีความชำนาญกับบุคลากรใหม่ ภายใต้หลักสูตรการฝึกอบรมพิเศษ พร้อมอุปกรณ์เพื่อการเรียนรู้ในแบบดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเนื้อหาหลักสูตรได้อย่างอิสระ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบุคลากรแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

Porsche Taycan คือผลผลิตที่ถูกต่อยอดมาจากรถต้นแบบ “Mission E” ที่เผยโฉมมาตั้งแต่ปี 2015 กับพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanently Excited Synchronous Motors (PSM) 2 ตัว ให้กำลังม้าสูงสุดอยู่ที่ 600 แรงม้า กับเวลาเพียง 3.5 วินาทีในการเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วสูงสุดทำได้กว่า 250 กิโลเมตรตัวชั่วโมง ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตร และโหมดชาร์จเร็ว “Quick charge” ชาร์จแค่ 15 นาที ไฟในแบตฯ ก็ขึ้นมาอยู่ที่ 80% แล้ว

Porsche Taycan คันนี้คือเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพในการชาร์จไฟ และพลังงานที่สามารถย้อนกลับมายังตัวแบตเตอรี่ lithium-ion โดยชาร์จไฟสำหรับการเดินทางไกลถึง 100 กิโลเมตร (จากการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC)  และทุกองค์ความรู้ทั้งหมดนี้จะมีการยกระดับไปอีกระดับอย่างแน่นอน หลังจากที่ทาง Porsche ตอบรับเข้าร่วม การแข่งขันในรายการ Formula E ที่จะจัดขึ้นในปีหน้าฤดูกาล 2019-2020

และเทคโนโลยีพลังขับเคลื่อนจากไฟฟ้า จะพัฒนาไปอีกขั้น
จากสิ่งที่ได้จากการลงแข่งขัน Formula E ของ Porsche

อีกทั่ง Porsche ยังมีการร่วมมือกับพันธมิตร Ionity ซึ่งเป็นการจับมือร่วมกันระหว่าง BMW, Daimler และ Ford ในการร่วมกันสร้างสถานีชาร์จไฟกำลังสูงเพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีเป้าหมายการติดตั้งหัวจ่ายความจุ 350 กิโลวัตต์ รวมกว่า 400 จุดทั่วยุโรปภายในสิ้นปี 2019 ส่วนฝั่งอเมริกา เครือ VW Group บริษัทแม่ของ Porsche ก็จับมือกับผู้ให้บริการด้านสถานีพลังงานไฟฟ้า Electrify America โดยมีเป้าหมายตั้งจุดชาร์จไฟให้ได้ 300 สถานีภายในปี 2019 ด้วยเช่นกัน

ดูเพิ่มเติม

Comments

comments

You May Also Like