หลอดไฟรถยนต์มีทั้งหมดกี่แบบ แต่ละแบบทำงานอย่างไร!

หลอดไฟเป็นสิ่งที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของรถยนต์ เพราะจะช่วยส่องแสงสว่างทั้งในที่มืด และช่วยเพิ่มการมองเห็นของรถที่สวนมา แต่เราจะดูอย่างไรว่าไฟแต่ละชนิดเป็นแบบไหน และเหมาะสมกับลักษณะใดบ้าง ไปดูกันครับ!!

หลอดไฟจะมีทั้งหมด 3 ประเภท คือ

1443603136

หลอดความร้อน (Incandescent Bulb)

ซึ่งหลอดไฟชนิดนี้ เมื่อจ่ายกระแสไฟให้ไส้หลอด (Filament) ซึ่งทำจากลวดทังสเตน จะเกิดความร้อนขึ้น เมื่อไส้หลอดเกิดความร้อนก็จะทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นมา (เช่นเดียวกับที่เราเห็นจากเตาไฟฟ้าแบบขดลวดนั่นแหละครับ) และโดยปกติแล้วภายในหลอดชนิดนี้จะเป็นสุญญากาศ (เพื่อป้องกันการเผาไหม้จนเกิดความร้อนสูงเกินควบคุม) หรืออาจจะบรรจุก๊าซเฉื่อยเช่น ก๊าซอาร์กอนไว้ภายในเพื่อช่วยลดคราบเขม่าที่เกิดจากโลหะทังสเตนมาจับผิวด้านใน

หลอดฮาโลเจน (Halogen Bulb)

คือหลอดที่ไฟถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีความสามารถในการรักาความสว่างเอาไว้ได้จนหมดอายุการใช้งานของหลอดไฟ หลอดแบบนี้จะบรรจุด้วยก๊าซฮาโลเจนเพื่อให้เกิดวงจรฮาโลเจน (Halogen Cycle) กล่าวคือ อนุภาคของทังสเตน (W) ที่เกิดขึ้นและเคลื่อนตัวไปใกล้หลอดแก้วจะไปรวมตัวกับก๊าซฮาโลเจน (X) และเคลื่อนตัวโดยความร้อนภายในหลอดไฟไปยังไส้หลอด เมื่ออนุภาคที่รวมตัวกันเคลื่อนตัวเข้าใกล้ใส้หลอดไฟอนุภาคของทังสเตนก็จะไปจับกับไส้หลอดหรือขาหลอดไฟ (Stem) ส่วนอนุภาคของก๊าซฮาโลเจนก็จะเคลื่อนตัวไปยังผิวของหลอดแก้วเพื่อรวมตัวกับอนุภาคของทังสเตนต่อไป เป็นวงจรอย่างนี้เรื่อย ๆ  การทำงานแบบนี้จะทำให้อนุภาคที่รวมตัวกันเกาะที่ผิวหลอดบ้าง แต่อนุภาคที่รวมตัวกันนี้เป็นสารกึ่งโปร่งแสงจึงส่งผลกระทบต่อความสว่างน้อยมาก การทำให้เกิดวงจรฮาโลเจนนี้จะต้องรักษาอุณหภูมิของหลอดแก้วให้คงที่ประมาณ 250 องศาเซลเซียสจึงจำเป็นต้องใช้แก้วชนิดพิเศษในการผลิตหลอดแบบนี้ นอกจากนั้น ความดันของก๊าซเฉื่อยภายในหลอดแก้วและไส้หลอดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดวงจรได้สมบูรณ์

13295292_1092485704145041_1578715065_n
หลอด HID หรือหลอดไฟซีนอน (Xenon)

ที่ภายในได้บรรจุก๊าซซีนอนเอาไว้ โดยหลอดนี้จะใช้ใส้หลอดที่ทำจากโลหะทังสเตนในการทำให้เกิดแสงสว่าง ซึ่งหลอด HID จะทำให้เกิดแสงสว่างด้วยการผ่านกระแสไฟแรงสูงไปยังขั้วของตัวนำที่ทำจากโลหะทังสเตน โดยจะมีอุปกรณ์ช่วยในการเพิ่มกระแสไฟ 12 โวลท์ ให้สูงขึ้นไป ถึง 20,000-25,000 โวลท์ ทำให้อิเล็คตรอนทำปฏิกิริยากับก๊าซซีนอน จนเกิดเป็นแสงสว่างขึ้น

หลอดไฟหน้าจะมีอยู่หลายลักษณะ ตามมาตรฐานต่างๆ เช่น  H1,H2,H3,H4,HB3,HB4 ซึ่งจะแตกต่างกันตามลักษณะของขั้วหลอดและรูปทรง หลอดฮาโลเจน จะแบ่งได้ตามาตรฐานดังนี้!

1443603304

  • H1 หลอดชนิดนี้จะใช้กับรถยุโรปเป็นส่วนมาก เช่น BMW, Benz, Volvo และรถญี่ปุ่นรุ่นใหญ่
  • H3 หลอดไฟที่ใช้มากในไฟสปอร์ตไลท์
  • H4 เป็นหลอดไฟหน้าที่รถส่วนใหญ่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ เนื่องจากมี 2 ไส้ คือไฟสูง-ต่ำ อยู่ในหลอดเดียวกัน โดยชั้นบนของไส้หลอดจะมีฝาครอบกันไว้ด้านหนึ่ง ส่วนชั้นล่างมีเฉพาะขดลวดเท่านั้น ด้านนอกมีสามขาสำหรับไฟ สูง/ต่ำ และขั้วดิน (-)
  • H7 จะมีใช้ในรถ Benz หรือรถ BMW บางรุ่นเท่านั้น
  • H11 หลอดไฟที่มีกำลัง 55 W ซึ่งจะพบมากใน Honda Civic และ Isuzu Dmax

บทความนี้คงมีประโยชน์เพื่อนๆหลายๆคน ว่าหลอดไฟแต่ละประเภททำงานกันอย่างไร และหลอดไฟทั้งหมดมีกี่ประเภท ส่วนรถของท่านเป็นไฟแบบไหน ลองไปสังเกตุดูกันนะครับ !

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

Comments

comments

You May Also Like