“วิธีขจัดคราบหมองขุ่นโคมไฟหน้ารถ”

สำหรับใครที่กำลังพบปัญหาโคมไฟหน้าหมอง ขุ่นมัวหรือหมองดำ ซึ่งส่วนมากเกิดจากที่โคมไฟหน้าเป็นพลาสติก เนื่องจากโคมไฟหน้าพลาสติกเมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดคราบหมอง ขุ่นได้ง่าย ซึ่งต่างจากรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ผลิตออกมาปัจจุบันนี้ ส่วนมากจะใช้โคมไฟหน้าแบบแก้ว วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีแก้แบบทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเงินไปจ้างอู่ แถมวิธีทำยังแสนง่ายดายอีกด้วย มาชมกันครับ

car250-141
เตรียมอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ก่อนเลย

V6361380-1

ให้ใช้กระดาษทราย เบอร์ 1,500 – 2,000 เท่านั้น

1413031867-Cana-o

น้ำยาขัดสีรถยนต์

1.) ขั้นตอนแรก

ใช้กระดาษทรายเบอร์ 2,000 ตัดเป็นชิ้นแล้วแช่น้ำ จากนั้นราดน้ำลงบนโคมไฟให้ทั่วทั้งโคม ใช้กระดาษทรายที่แช่น้ำขัดเอาคราบเหลืองออก (ขณะที่ขัดนั้นควรให้ฉีดพรมน้ำไปด้วย) เมื่อขัดเสร็จเช็ดโคมไฟให้แห้ง ใช้ครีมขัดรถป้ายที่โคมไฟจนทั่ว แล้วใช้ผ้าขนแกะหรือเครื่องปั่นขัดออก ทำซ้ำ 2-3 รอบจนกว่าโคมไฟจะกลับมาใส

2.) ขั้นต่อไป

หลังจากที่เราขัดโคมไฟจนขึ้นเป็นฝ้าเรียบเนียนทั่วทั้งโคมไฟแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่เราต้องใช้แรงกันมากหน่อยแล้วละครับ คือนำผ้ามาจุ่มลงในกระป๋องยาขัดสีแบบหยาบ (ถ้าได้เป็นผ้าดิบจะดีมากแต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรใช้ผ้าอะไรก็ได้) จากนั้นนำมาขัดที่โคมไฟของเราให้ขัดเป็นวงกลมนะครับในการขัดขอให้ขัดแรงๆ นะครับซึ่งในขั้นตอนนี้จะเริ่มเห็นแล้วว่าโคมไฟของเริ่มใสขึ้นมาบ้างแล้ว ขัดต่อไปครับขัดจนกว่าจะคิดว่าใสที่สุดและในขั้นตอนสุดท้ายนำยาขัดสีแบบละเอียดมาขัดที่โคมไฟหน้าเหมือนเดิมครับย้ำว่าขอให้ขัดแรงหน่อยนะครับ แล้วก็ขัดไปเรื่อยๆ ดูว่าโคมของเราใสแล้วหรือยังถ้าใสแล้วก็พอได้ครับ

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

HONDA!! จัดให้!! เตรียมตัวให้พร้อมอาจจะจับจองรถเปิดประทุนได้ในราคาเบาๆ!!

สปอร์ตไซส์มินิ! Honda S660 Roadster Concept Honda S660 Roadster Concept ( ฮอนด้า เอส660 โรดสเตอร์ คอนเซ็ปต์

20501546501912835023-r 1427862578-HondaS6603-o  ความน่าสนใจอยู่ที่เครื่องยนต์วางกลาง 3 สูบ All New Honda S660 Roadster และ S660 Concept Edition ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบขนาด 660 ซีซี 3 สูบ 64 แรงม้า แรงบิด 104 นิวตันเมตร ผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์ออโต้ CVT 7 สปีดพร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย หรือ Paddle Shift ให้เลือก และความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็น ถุงลมนิรภัย 4 จุด ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบ ระบบช่วยการออกตัวของรถ ขณะที่ต้องออกตัวบนทางชัน Hill Start Assist ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติและ ระบบ เบรกอัตโนมัติ ในกรณีเกือบจะชนรถคันหน้า หรือ City Brake Active
All-New-Honda-S6607 Honda-S660-Concept-1 sssss4สำหรับเรื่องความแรงมีการทดสอบอย่างคร่าวๆ แล้วว่า ฮอนด้า เอส660 จะมีความเร็วไม่เกิน 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้านราคาจำหน่ายของ All New Honda S660 Roadster อยู่ที่ 1,980,000 เยนญี่ปุ่นหรือ 534,600 บาท จนถึง 1,980,000 เยนญี่ปุ่นจนถึงรุ่นท็อป 2,180,000 เยนญี่ปุ่นหรือ 588,600 บาท และรุ่นพิเศษ All New Honda S660 Concept Edition ที่จำนวนจำกัดแค่ 660 คันราคา 2,380,000 เยนญี่ปุ่นหรือ 642,600 บาท โดยจะส่งขึ้นโชว์รูม Honda ญี่ปุ่นพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เมษายน นี้ ส่วนตลาดต่างประเทศในนาม All New Honda S1000 Roadster นั้นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปีหน้า
Honda-S660-Japan-Spec-interior e446 Honda-S660-2
ดูรถฮอนด้ามือสองเพิ่มเติมได้ที่นี่!

 

รู้ไว้ก่อนจะสาย!! 5 พฤติกรรม ‘ต้องห้าม’ สำหรับรถเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันรถยนต์ในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเกียร์อัตโนมัติกันซะส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ คนส่วนมากที่นิยมใช้เกียร์อัตโนมัติก็เพราะว่า ใช้งานง่าย สะดวกสบาย ไม่เมื่อย ซึ่งต่างจากเกียร์ธรรมดาที่ต้องคอยเหยียบคลัชท์ให้เมื่อย และยังใช้งานยากกว่า

00035
แน่นอนว่าทุกอย่างจะมี 2 ด้านเสมอ มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียด้วยเหมือนกัน จุดอ่อนของเกียร์อัตโนมัติอย่างหนึ่งเลยก็คือ “ความคงทน – ความทนทาน” ที่จะด้อยกว่า เกียร์ธรรมดา แม้ว่าจะถูกพัฒนาไปมากแค่ไหนก็ตาม จะเกียร์แบบทอล์คคอนเวิทเตอร์ทั่วไป เกียร์ CVT หรือแม้แต่เกียร์คลัทช์คู่ ต่างก็มีอายุการใช้งานด้วยกันทั้งสิ้น แถมค่าตัวอะไหล่ชุดเกียร์ยังมีราคาแพงลิบลิ่ว จนหลายคนยอมทิ้งรถซื้อคันใหม่ไปเลยก็มี
2010-honda-fit-5dr-hb-auto-sport-w-vsa-navi-gear-shift_100242857_l
ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อเป็นการดูแลรักษาเกียร์อัตโนมัติ ให้คงอยู่คู่รถคันโปรดของคุณไปนานๆ และไม่ต้องควักเงินก้อนโตมาซ่อมบำรุงบ่อยๆ เราขอแนะนำ 5 พฤติกรรมต้องห้ามสำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน!!

1. ปล่อยไหลใช้เกียร์ N

หลายคนที่เคยขับเกียร์ธรรมดามาก่อน อาจเคยชินกับการเข้าเกียร์ว่าง (N) แล้วปล่อยให้รถไหลจนกระทั่งหยุดนิ่ง แต่สำหรับเกียร์อัตโนมัติแล้วถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดมหันต์! เนื่องจากชุดเกียร์ประกอบไปด้วยฟันเฟืองที่หมุนขบกันไปมาตลอดเวลา จำเป็นต้องใช้น้ำมันเกียร์ในการหล่อลื่น แต่เมื่อผลักคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง N จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์ไม่วนขึ้นมาหล่อลื่น ส่งผลให้เกิดความร้อนมากกว่าปกติ และอาจทำให้ฟันเฟืองต่างๆเกิดความเสียหายได้ในระยะยาว

2. ติดไฟแดงเข้าเกียร์ P

ตำแหน่งเกียร์ P นั้น ควรใช้ขณะจอดรถหยุดนิ่งเพื่อลงจากรถ ไม่ควรเข้าเกียร์ P ขณะที่ติดไฟแดง หรือจอดไว้ข้างทางที่มีการจราจรไปมา เนื่องจากการใส่เกียร์ P จะทำให้สลักล็อคในชุดเกียร์ทำงาน เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุถูกชนท้ายขึ้นมา อาจทำให้เกิดความเสียหายกับชุดเกียร์ได้ แถมยังทำให้ความเสียหายจากการชนรุนแรงขึ้นด้วย อีกทั้งรถบางรุ่นจะปลดล็อคประตูทันทีเมื่อเข้าเกียร์ P อาจทำให้เกิดอันตรายจากผู้ไม่หวังดีได้อีกต่างหาก

Toyota-Camry-ESport-2015-42
3. เร่งเครื่องแล้วตบเกียร์ D

หลายคนอยากเร่งออกตัวด้วยความรวดเร็วทันใจ จึงใช้วิธีเร่งเครื่องยนต์ก่อน แล้วจึงใส่เกียร์เดินหน้า (D) เพื่อให้รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้ชุดเกียร์และเพลาขับเกิดความเสียหายได้ในระยะยาว

4. ลากรถแบบล้อหมุน

การลากรถเกียร์อัตโนมัติ จำเป็นต้องยกล้อขับเคลื่อนขึ้นไม่ให้มีการหมุน เช่น หากเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต้องยกล้อหน้าขึ้นเหนือพื้น ปล่อยหมุนได้เฉพาะล้อคู่หลังเท่านั้น เนื่องจากการลากรถส่วนมากมักไม่ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ จะทำให้ปั๊มน้ำมันเกียร์ไม่ทำงาน ส่งผลให้ชุดเฟืองภายในห้องเกียร์เกิดการเสียดสีรุนแรง และทำให้ความร้อนสูง ซึ่งหากลากเป็นระยะทางยาวๆ รับรองเกียร์กลับบ้านเก่าแน่นอน แต่หากมีความจำเป็นต้องลากจริงๆ ก็ควรใช้ความเร็วในน้อยที่สุดราว 20-30 กม./ชม. เพื่อไปยังอู่ใกล้เคียง ทั้งนี้ หากเป็นการเข็นรถที่จอดขวางในที่จอดรถถือว่าไม่เป็นไร เพราะเป็นการเข็นด้วยระยะทางสั้นๆเท่านั้น

5.คิกดาวน์บ่อย ถอยอายุเกียร์

เกียร์อัตโนมัติจะมีระบบคิกดาวน์สำหรับการเร่งแซง โดยการกดคันเร่งให้มีน้ำหนักมากขึ้น เกียร์จะเปลี่ยนอัตราทดต่ำลง เพื่อเรียกกำลังเครื่องยนต์ให้รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่หากคิกดาวน์กันบ่อยๆ ชุดเกียร์ต้องคอยรองรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใดอยู่เสมอ ส่งผลให้อายุการใช้งานชิ้นส่วนภายในชุดเกียร์สั้นลงนั่นเอง

1423963628
อย่างไรก็ดี 5 ขั้นตอนนี้ จะช่วยยืดอายุเกียร์รถยนต์ของคุณให้ใช้ได้นานยิ่งขึ้น และจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาเข้าศูนย์เพื่อเช็คเกียร์อยู่บ่อยๆ แถมยังประหยัดเงินของคุณไปในตัวอีกด้วย

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!