เปิดตัวแล้ว Nissan Juke ไมเนอร์ไชนจ์ เพิ่ม EZ Talk (Juke คุยกันเองได้)

เมื่อวานนี้ทาง นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัวรถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่นปรับโฉมของ Nissan Juke ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางนิสสันอิโดนีเซียได้เปิดตัวไปก่อน แน่นอนว่า หลายคนก็ต้องอยากรู้แล้วว่า ในรุ่นปรับโฉมของ 2014 Nissan Juke จะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

Nissan Juke Minorchange

จะเห็นว่าในการเปิดตัว Nissan Juke ไมเนอร์เชนจ์ ของตลาดโลกนั้น นิสสันภูมิภาคต่างๆ ต่างใช้สีเหลืองในการโปรโมท แต่ในประเทศไทยกลับใช้สีน้ำเงินในงานโปรโมท ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงสำหรับการเปลี่ยนแปลงของ Nissan Juke การปรับโฉมภายนอกก็ประกอบไปด้วย ไฟหรี่ LED ทรง Boomerang, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ไฟท้าย LED, กันชนหน้า/ท้าย, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว

Nissan Juke Minorchange

ระบบ I-CON ใน Juke ใหม่ติดตั้งฟีเจอร์ EZ Talk ระบบพูดคุยกับ Juke คันอื่นที่อยู่ในกลุ่มได้ เพียงใช้ 4 นิ้วสัมผัสหน้าจอให้พูดเหมือนวิทยุสื่อสาร และยังมีระบบประมวลผลสัญญาณดิจิตล DSP ช่วยเพิ่มความคมชัดของเสียงและภาพ ส่วนระบบความปลอดภัยที่โดดเด่นก็ได้แก่ ติดตั้งถุงลมนิรภัยเพิ่มเป็น 6 จุด

เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบในรหัส HR16 พร้อมใช้เทคโนโลยีหัวฉีดคู่ (Dual Injector System) ให้กำลังแรงสูงสุด 116 แรงม้า (พีเอส) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง XTRONIC CVT

Nissan Juke Minorchange

Nissan Juke เป็นรถ Unique Sport Crossover ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลก โดยมียอดจำหน่าย ทั้งญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ ยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ รวมมากกว่าหนึ่งล้านคัน สำหรับในประเทศไทย นิสสันจู๊ค เป็นรถสปอร์ตครอสโอเวอร์รุ่นแรก ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยยอดจำหน่ายนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2556 มากกว่า 11,000 คัน Nissan Juke Minorchange มีให้เลือก 6 สี คือ สีน้ำเงินแปซิฟิค บลู, สีขาว ไวท์ โซลิด, สีดำ แบล็ค โซลิด, สีแดง เบิร์น-นิ่ง เรด, สีเทา ทไวไลท์ เกรย์ และ สีเงิน บริลเลี่ยน ซิลเวอร์

Nissan Juke Minorchange มี 3 เกรดให้เลือก ได้แก่

1.6 S = 799,000 บาท

1.6 E = 854,000 บาท

1.6 V = 884,000 บาท

ทาคาโนบุ อิโตะ CEO Honda เตรียมอำลาตำแหน่ง ในเดือนมิถุนายนนี้

ทาคาโนบุ อิโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้าเตรียมอำลาตำแหน่งในเดือนมิถุนายนนี้ โดยผู้ที่จะมารับตำแหน่งแทนคือทาคาฮิโระ ฮาชิโกะ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหาร

Honda เตรียมอำลาตำแหน่งเดือนมิถุนายน

อิโตะทำงานกับฮอนด้ามาตั้งแต่ปี 1978 โดยเริ่มงานในฝ่ายวิจัยและพัฒนาซึ่งดูแลการผลิตรถหลายรุ่นทั้งซีอาร์-เอ็กซ์ แอคคอร์ด พรีลูดและเอ็นเอสเอ็กซ์

ที่ผ่านมา อิโตะต้องกุมบังเหียนพาฮอนด้าฝ่าวิกฤตมากมาย ทั้งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น น้ำท่วมในเมืองไทยและล่าสุดคือปัญหาถุงลมนิรภัยบกพร่องของทาคาตะซึ่งทำให้ฮอนด้าต้องประกาศเรียกคืนรถหลายล้านคัน

“ตลอดการทำงาน 6 ปีของอิโตะ ฮอนด้าสามารถพัฒนาโครงสร้างการผลิตระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการก่อตั้งโรงงานผลิตในเม็กซิโก บราซิล ไทย อินโดนีเซีย อินเดียและประเทศจีน” ฮอนด้าระบุในแถลงการณ์

ขณะที่อิโตะกล่าวว่า “เราจะเดินหน้าต่อไป ผมเชื่อว่าฮอนด้ามีโอกาสที่ดีในการพัฒนาองค์กรโดยรวมทั้งหมด”

ด้านว่าที่ซีอีโอ ฮาชิโกะก็ผ่านงานสายวิศวกรรมเป็นหลักเช่นกัน เขาเริ่มทำงานกับฮอนด้าตั้งแต่ปี 1982 โดยดูแลการพัฒนารถโอดิสซีย์เจนเนอเรชั่นแรก รวมถึงซีอาร์-วี เจนเนอเรชั่นที่สอง เขาเคยเป็นผู้อำนวยการฮอนด้า มอเตอร์ ยุโรปและรองประธานฮอนด้า มอเตอร์ส อินเวสเมนท์ในจีน

เบนซ์เปิดตัว The New CLA Shooting Brake หรูหรา สง่า และดุดัน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวรถสปอร์ตคอมแพ็คหรู 5 ประตู “The New CLA Shooting Brake” ซึ่งเป็นรถในกลุ่ม NGCC (New Generation Compact Car) ที่มีรูปโฉมปราดเปรียว หรูหราและแผงไว้ด้วยความดุดันแบบสปอร์ต ซึ่ง CLA 250 Shooting Brake AMG Sport พร้อมเปิดให้จองแล้วในราคา 2,890,000 บาท

The New CLA Shooting Brake

รูปลักษณ์ภายนอก ของ CLA 250 Shooting Brake AMG Sport มาพร้อมกับงานออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกถึงความโฉบเฉี่ยว ด้วยเส้นสายลายข้างตัวรถที่เฉียบคม กระจังหน้าลายเพชรที่เรียกว่า Diamond Radiator Grille สีเงิน ที่มีสัญลักษณ์ตราเมอร์เซเดส-เบนซ์อยู่ตรงกลาง สร้างความโดดเด่นและน่าจดจำ

The New CLA Shooting Brake

 

อีกทั้งยังดูกลมกลืนไปกับชุดแต่ง AMG แบบสปอร์ต (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง), กันชนท้ายแบบสปอร์ต พร้อมตกแต่งชายล่างของกันชนสีเดียวกับตัวรถ, ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบกหน้า, ล้ออัลลอยด์ AMG ขนาด 18 นิ้ว และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ ที่เลื่อนเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า สะดุดตาด้วยกระโปรงหน้าที่ยาว บานหน้าต่างแคบเรียว กระจกหน้าต่างข้างแบบไร้กรอบและหลังคาที่ลาดต่ำลง ซึ่งช่วยสร้างความน่าหลงใหลได้มากขึ้น

The New CLA Shooting Brake

ส่วนภายในห้องโดยสารดูทันสมัยและเชิญชวนให้สัมผัส เริ่มตั้งแต่เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA Microfibre สีดำ เย็บขลิบด้วยด้ายสีแดง, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดงเช่นกัน, แผงประตูบุด้วย DINAMICA Microfibre สีดำ , จอแสดงผลแบบใหม่ในชุดควบคุมระบบมัลติมีเดียบนหน้าจอขนาด 8 นิ้ว พร้อมรองรับการใช้งานระบบนำทางหรือเนวิเกเตอร์ และโดดเด่นด้วยไฟเรืองแสงแบบ LED ล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกถึง 12 สี

The New CLA Shooting Brake

สำหรับขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ แถวเรียง พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,991 ซีซี แรงม้าสูงสุดที่ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.5-18.2 กม./ลิตร

The New CLA Shooting Brake

 

ทั้งนี้ CLA 250 Shooting Brake AMG Sport มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,890,000 บาท และผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมทั้งสามารถพบกับยนตรกรรมสุดหรูและดุดันคันนี้ได้ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ได้ในวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

สำหรับรถเบนซ์มือสอง ราคาถูก สภาพดี มีให้เลือกหลากหลาย ที่นี่ http://www.unseencar.com/mercedes-benz/