10 สุดยอดรถยนต์ในตำนานที่คนชอบรถต้องรู้จัก

10 สุดยอดรถยนต์ในตำนานที่คนชอบรถต้องรู้จัก
10 สุดยอดรถยนต์ในตำนานที่คนชอบรถต้องรู้จัก

ถ้าคุณเรียกตัวเองว่าคนที่ชื่นชอบรถยนต์ นั่นหมายถึงเรื่องรถมันอยู่ในกระแสเลือดของคุณ แต่คุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องรถยนต์มากแค่ไหนมาดูกัน ต่อไปนี้คือ 10 สุดยอดรถยนต์ที่ผู้ชื่นชอบรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจต้องรู้จัก

1. 1987 Buick GNX

1987 Buick GNX
1987 Buick GNX

GNX เป็นรถรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ Buick ในช่วงปลายปี 1980 ด้วยความเร็วแรง และราคาที่สูงถึง 11,000 $

1987 Buick GNX ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 3.8 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่สามารถทำเวลาได้ 60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลาน้อยกว่า 5 วินาที เครื่องยนต์ถูกประกอบโดย McLaren และรถยนต์โดย ASC

จากโรงงาน เครื่องยนต์ควรจะ delivered around 300 horsepower running 15 pounds of boost แต่ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าตัวเลขนี้ต่ำกว่าความเป็นจริง

รถคันนี้เริ่มขายที่ราคา 30,000$ ในปี 1987 มันจึงเป็นที่เข้าใจว่าทำไม Buick GNX จึงถูกผลิตขึ้นเพียง 540 คัน (30,000$ ในตอนนั้นเป็นราคาที่สูงมาก)

 

2. 1991 Acura NSX

1991 Acura NSX
1991 Acura NSX

รถคันต่อมาคือ Acura NSX รู้จักกันในรุ่นปี 1991 มันเป็นความพยายามของ Honda (Acura เป็นชื่อทางการค้าของ ฮอนด้า ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และฮ่องกง แยกออกมาเพื่อทำการตลาดขายเฉพาะรถหรูหรา) ที่จะแข่งขันกับรถยี่ห้อชั้นนำต่างๆ ของโลก บริษัทฮอนด้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่วางกับดับคู่ต่อสู้ แต่เปลี่ยนเกมการต่อสู้ไปเลยโดยสิ้นเชิง

ปัญหาเกี่ยวกับรถสปอร์ตในเวลานั้นคือค่าบำรุงรักษาที่สูง และประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นท้าทาย Ferraris และ Porsches ก็ยังติดปัญหาในเรื่องการขับขี่ใช้งานแบบสบายๆ ในชีวิตประจำวัน ฮอนด้าเป็นที่รู้จักกันสำหรับการสร้างยานพาหนะที่มีคุณภาพสูง และนั่นทำให้ง่ายในการที่จะสร้างสุดยอดยนตรกรรม

NSX เป็นผลมาจากการพัฒนาโปรแกรมที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1984 เป็นรถเครื่องยนต์ขนาดกลาง สองที่นั่งที่ลดน้ำหนักลงเหลือประมาณ 3,000 ปอนด์ ฮอนด้าประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักรถลงด้วยการปรับเปลี่ยนที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยการฉีกแนวจากเดิมที่ตัวรถสร้างจากเหล็กธรรมดา ปรับมาใช้โครงสร้างรถและตัวถังที่ทำจากอลูมิเนียมเป็นครั้งแรกสำหรับการผลิตรถยนต์

ตอนแรกมันถูกขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร 270 แรงม้า โดดเด่นด้วย dual overhead cams, titanium connecting rods และระบบ VTEC ของบริษัทที่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาการเปิดปิดของวาล์วเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มขุมกำลังในการขับเคลื่อน และยังรักษาสมรรถนะในการขับขี่ ทุกวันนี้ในเครื่องยนต์ของรถใหม่ทุกคันของฮอนด้าได้ใช้เทคโนโลยีนี้อยู่

นอกเหนือจากข้อมูลดีๆ ต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว ในปี 1997 ได้มีการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์เป็น 3.2 ลิตร และเพิ่มกำลังขึ้นอีก 20 เป็น 290 แรงม้า ฮอนด้าหยุดผลิต NSX ในปี 2005 แต่ยังคงดำเนินต่อในรุ่นที่มาแทนที่

3. 1954 Mercedes-Benz 300SL

1954 Mercedes-Benz 300SL
1954 Mercedes-Benz 300SL

มาต่อกันที่ Mercedes-Benz 300SL ถือเป็นไอคอนแห่งยานยนต์ และไม่ใช่เพียงประตูแบบปีกนกที่โดดเด่น ยังเป็นรถที่ชนะในการแข่งขัน และขับได้ดีเยี่ยมบนท้องถนน

Mercedes-Benz 300SL ได้เปิดตัวที่ New York ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1954 มันได้ใช้มาตรฐานการผลิตแบบรุ่นรถแข่งของสองปีก่อนหน้านั้น สำหรับรุ่นที่ใช้แข่งขันได้ประสบความสำเร็จในสนามแข่งต่างๆ จากการแข่งขัน Mille Miglia ในอิตาลี จนถึงการแข่งขันกรังปรีซ์ใน Bern และในการเปิดฤดูกาลแข่งขันก็ได้รับเหรียญทอง และเหรียญเงินในการแข่ง 24 Hours of Le Mans

การเปิดตัว Mercedes-Benz 300SL ครั้งแรก สื่อยานยนต์ต่างๆ ได้ให้การยอมรับและชมเชยในเรื่องรูปลักษณ์ความสวยงาม สมรรถนะในการขับขี่ และความหรูหรา สื่อยานยนต์ของเยอรมันได้เรียกรถรุ่นนี้ว่า “dream car” (รถในฝัน) ในขณะที่สื่อยานยนต์ของประเทศอังกฤษได้ชมเชยสมรรถนะการขับขี่ของรถรุ่นนี้ว่า “virtually unbelievable” (ไม่น่าเชื่อแต๊ๆ)

แรงขับที่ส่งให้รถคันนี้เข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์คือ เครื่องยนต์ 6 สูบ แบบตั้งลูกสูบเรียง จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างเป็นระบบ standard แต่ด้วยระบบ direct fuel injection ทำให้มันมีขุมกำลังถึง 215 hp

ในวันที่ 300SL เป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลก ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 กม. / ชม. หรือประมาณ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง

การผลิตรถต้นฉบับของรถรุ่นนี้ผลิตตั้งแต่ปี 1954 จนถึง 1957 มีการกล่าวว่าได้ผลิตรถต้นฉบับออกมาถึง 1,400 คัน และในจำนวนนั้นมี 30 คันที่ผลิตให้มีน้ำหนักเบาพิเศษโดยใช้โครงสร้างอลูมิเนียม และไม่เป็นที่แปลกใจเลยที่รถแบบพิเศษนี้จะเป็นที่ต้องการสูงจนทำให้ราคาพุ่งสูงถึง 750,000 ดอลลาร์

4. 1961 Jaguar E-Type

1961 Jaguar E-Type
1961 Jaguar E-Type

Enzo Ferrari เรียกรถ Jaguar E-Type นี้ว่า “รถที่สวยที่สุดในโลก”

รถเก๋งในตำนานคันนี้เปิดตัวในประเทศเจนีวา และสวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 15 มีนาคม 1961 เป็นที่ฮือฮาในสื่อยานยนต์ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ของรถ และความสามารถในการขับขี่ของมัน ณ วันนี้ E-Type ยังคงเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกจดจำมากที่สุดของ Jaguar

เครื่องยนต์ 3.8 ลิตร วาง 6 สูบเรียงยาว ส่งกำลังถึง 265 แรงม้า และด้วยขุมกำลังนี้สามารถวิ่งระยะได้ถึง 150 ไมล์ / ชั่วโมง กับราคาเริ่มต้นประมาณ £2,300 Jaguar’s E-Type เป็นซูเปอร์คาร์ที่ราคาไม่แพง ณ วันนั้น

โลกสวยงามขึ้นเกือบทศวรรษครึ่งที่ Jaguar E-Type ผลิตอยู่ถึง 14 ปี มีการกล่าวว่าบริษัทขายรถรุ่นนี้ได้มากกว่า 70,000 คัน

5. 1980 Audi Ur-quattro

1980 Audi Ur-quattro
1980 Audi Ur-quattro

Audi ที่ปราศจาก quattro ก็เหมือนนาฬิกาข้อมือที่ขาดมือ, ไขควงขาดที่จับ หรือไอศครีมซันเดที่ไม่ได้ราดช็อกโกแลต ทั้งสองได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันและกัน นานกว่า 30 ปีแล้วที่แบรนด์สี่ห่วงได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นเอกลักษณ์ในความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จากรถสปอร์ตสองประตูไปจนถึง SUV ขนาดใหญ่

กว่า 3 ทศวรรษของ four-wheel ความสนุกเริ่มต้นที่ Geneva Motor Show ในเดือนมีนาคม 1980 ออดี้เปิดตัว squared-off coupe ออกแบบมาสำหรับทั้งท้องถนนและการแข่งขัน และรถรุ่นนี้ Audi ใช้ชื่อเรียกว่า Ur-quattro

การพัฒนาภายใต้การดูแลของ Dr. Ferdinand Piëch ตำนานของออดี้รุ่นนี้บรรจุด้วย 200 แรงม้า มันถูกผลิตด้วยเครื่องยนต์ turbocharged 5 กระบอกสูบ 2.1 ลิตร

ความชื่นชอบของบริษัทนี้ที่มีต่อเครื่องยนต์กับกระบอกสูบที่มีจำนวนเลขคี่ (อย่าง 5 กระบอกสูบ) มาจนทุกวันนี้ เช่นเดียวกับความรักใคร่ในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

6. 1985 BMW M5

1985 BMW M5
1985 BMW M5

เกือบ 30 ปีนับตั้งแต่ BMW M5 คันแรกวิ่งบนท้องถนน ณ ปัจจุบันเป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 แล้ว แต่ยังคงใช้สูตรการผลิตแบบเดิมกับเมื่อย้อนไปในปี 1985

รถซีดานที่มีประสิทธิภาพสูงกับห้าที่นั่งสี่ประตู M5 เป็นรถยนต์ที่เน้นตลาดระดับบน แต่อย่างหนึ่งที่ผู้ซื้อได้รับคือสามารถขับขี่ได้ในทุกวัน นั่นคือรถเจเนอเรชั่นแรก ภายในอิงแบบรุ่น E28 เครื่องยนต์ 286 แรงม้า จากการแข่งขันในระดับ inline-six ได้มาจาก BMW M1 อัตราเร่งจาก 0-100 ใช้เวลาเพียง 6.5 วินาที ถือว่าเร็วมากสำหรับยุคนั้น

M5 อาจจะเป็นรถเก๋งสี่ประตูที่เร็วที่สุดในวันนั้น แต่ความเร็วไม่ใช่เพียงส่วนเดียวที่ใช้วัดประสิทธิภาพ ยานพาหนะจะต้องมีการควบคุมที่ดี โดยเฉพาะยานพาหนะที่มีความเร็วมาก โชคดีที่ BMW M5 มีสิ่งนั้นด้วย นั่นยิ่งทำให้มันมีแรงดึงดูดใจ M5 ยังให้ความสำคัญกับเรื่องเบรคอีกด้วย เสริมกำลังด้วยเกียร์ manual five-speed และสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่ดีทั้งในขณะที่รถหยุด ทุกขณะการเลี้ยว เช่นเดียวกันกับขณะเร่งความเร็ว

แต่ BMW M5 เจเนอเรชั่นแรกนั้นยังได้รับประโยชน์จาการเน้นในด้านความสะดวกสบายด้วย ยกเว้นก็แต่ว่าเจ้า M5 นี้แทบจะไม่แตกต่างจาก BMWซีรีส์ 5 รุ่นสแตนดาร์ดเลย

7. 1966 Ford GT40

1966 Ford GT40
1966 Ford GT40

ถึง Ford และ Chevrolet เป็นคู่แข่งตัวยงกัน แต่ในช่วงกลางปี 1960 ฟอร์ดก็ได้มีศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งจากต่างทวีป นั่นก็คือ Ferrari

เรื่องราวของ GT40 เป็นหนึ่งในชัยชนะและความโศกเศร้า ประวัติศาสตร์การเริ่งแข่งรถของ Henry Ford II คือความพยายามที่จะควบรวมกับ Ferrari แต่สุดท้ายการต่อรองกับ Enzo ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ตกลงกันได้ทั้งสองฝ่าย จนในตอนท้ายได้เปลี่ยนเป็นข้อบาดหมางของทั้งคู่

ฟอร์ด คือชายผู้หนึ่งไม่ใช่บริษัท ความปารถนาหลังจากชัยชนะในการแข่งขัน Le Mans สิ่งที่เขาอยากจะทำให้เป็นจริงขึ้นมาคือสร้างรถแข่งของตัวเองที่มีความสามารถในการเอาชนะ Ferrari ในสนามหลังบ้านของมันเอง ยี่ห้อตราไข่สีน้ำเงิน (Ford) ได้พัฒนาและรณรงค์ปฏิวัติยานพาหนะใหม่ในรูปแบบของ GT40

ตัวเลขในชื่อ GT40 เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสัดส่วนของรถ เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแรงม้า อัตราการเร่ง หรือความสามารถในการเบรคแต่อย่างใด แต่มันเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนความสูงของรถรุ่นนี้ เพราะว่า original GTs มีความสูงเพียงแค่ 40 นิ้วจากพื้น

แต่สิ่งที่ทำให้รถคันนี้เป็นตำนานคือสิ่งที่มันประสบความสำเร็จในสนามแข่ง ด้วยความช่วยเหลือเล็กน้อยจาก Carroll Shelby และเครื่องยนต์ V8 rear-mounted 7.0 ลิตร มันก็ประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง

ในฤดูร้อนของปี 1966 ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ไม่เพียงแต่ฟอร์ดชนะการแข่งขันอันมีชื่อเสียงโด่งดังนี้ได้ แต่ยังกวาดทั้งแท่นรางวัลทั้งที่ 1-2-3 ทั้งหมด GT40 ยังคงพาบริษัท Ford ไปสู่ชัยชนะต่อในปี 1967, 1968 และ 1969

8. 1974 Lamborghini Countach

1974 Lamborghini Countach
1974 Lamborghini Countach

อย่างที่ชื่อของมันบ่งบอก Lamborghini Countach เป็น supercar ที่แปลกใหม่ ต้นแบบของมอนสเตอร์แห่งท้องถนนคันนี้เปิดตัวที่งานGeneva Motor Show ในปี 1971 มันโดดเด่นด้วยดีไซน์สุดล้ำบวกกับประสิทธิภาพที่ลงตัว ทางบริษัทได้รับออร์เดอร์สั่งซื้อจำนวนมากที่แสดงในปีนั้น

เวอร์ชั่นตลาดได้ถูกนำเข้าไปในรายการผลิตในช่วงปลายปี 1973 เป็น ’74 model มันมีจุดเด่นที่ความกว้างขวาง, กระจกหน้าแบบมีที่ปัดน้ำฝนแบบก้านเดียว, an aggressive front end and a chiseled และดีไซน์เหลี่ยมมุมเส้นสายรอบคัน ประตูแบบปีกนก (scissor doors) เป็นส่วนหนึ่งของสูตรสำเร็จได้เป็นอย่างดี ด้วยการออกแบบที่โดดเด่น Lamborghini Countach จึงเป็นที่รู้จักดีที่สุดสำหรับผู้ที่นิยมชมชอบมองอนาคตของซูเปอร์คาร์ร่วมสมัย

รุ่นแรกถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนตื V12 longitudinally mounted 4.0 ลิตร รุ่นต่อมา larger-displacement และเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลำดับ

9. 1987 Ferrari F40

1987 Ferrari F40
1987 Ferrari F40

Ferrari F40 ถูกออกแบบให้เป็นรถแข่งที่แข็งแกร่ง มันได้รับมรดกทางเทคโนโลยีมาจากเฟอร์รารี่ 288 GTO เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดมันถูกออกแบบด้วยนวัตกรรมที่ทำให้น้ำหนักเบาประกอบด้วย คาร์บอนไฟเบอร์, เคฟลาร์ และชิ้นส่วนอลูมิเนียม หน้าต่างและกระจกที่ทำจากพลาสติกเพื่อลดมวลมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้รถมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 ปอนด์

และสิ่งอำนวนความสะดวกภายในก็ได้ถูกจัดการด้วยเช่นกัน ทำให้รถรุ่นนี้ไม่เหมาะจะขับตามท้องถนนทั่วไปเพราะ ไม่มีวิทยุ ไม่ปูพรม ไม่มีเครื่องปรับอากาศ และแผงประตูที่แบน

ประสิทธิภาพการทำลายล้างโดยใช้เพียงเครื่องยนต์ V8 turbocharged 2.9 ลิตร elivering around 470 แรงม้า Ferrari F40 ออกขายไปทั่วโลกในปี 1987-1992

10. 1965 Shelby Cobra 427

1965 Shelby Cobra 427
1965 Shelby Cobra 427

มันเป็นสูตรคลาสสิกสำหรับการจัดแสดงเปิดตัวรถ อัดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่เข้าไปในรถขนาดเล็กแล้วมัดเอาไว้ให้แน่น ถูกต้องแล้วนั่นคือสิ่งที่ Carroll Shelby ทำเมื่อย้อนไปในปี 1965 เมื่อเขาได้สร้างตำนาน 427 Cobra

อาจจะโดยการลองผิดลองถูก ฟอร์ดมอนสเตอร์ก็เกิดขึ้น ในที่สุดเครื่องยนต์ V8 7.0 ลิตร ก็ยัดภายใต้กระโปรงหน้ารถสปอร์ตอังกฤษคันเล็ก. AC Ace ซึ่งเป็นรถรุ่นก่อนหน้านั้นที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กรวมทั้งDearborn’s 260 และ 289 หน่วย แต่หลังจากเปลี่ยนมาใช้ thunderous 427 รถรุ่นนี้ก็กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

คุณจะตัดสินความสำเร็จของการเปิดตัวรถยังไงล่ะว่าได้รับความนิยมหรือไม่? สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดได้คือกระแสตอบรับหลังการขาย การผลิตเพิ่มออกมาอีกจำนวนมาก และรุ่น original มีราคาแพงมาก

Comments

comments

You May Also Like