ทริค 4 ข้อ! การดูแลรถยนต์ที่คุณรัก ช่วงหน้าร้อน

แม้รถยนต์จะถูกสร้างให้ทนทานแค่ไหนก็ตาม แต่หากขาดการดูแลก็ยากที่รถจะใช้งานได้อย่างราบรื่นเสมอ ในเดือนเมษายน ประเทศไทยได้เข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว หลาย ๆคนก็มีแผนที่จะท่องเที่ยวในเดือนนี้เพราะมีวันหยุดยาวติดต่อกันในช่วงเทศกาล บางครั้งเมื่อรถยนต์โดนแสงแดดแผดเผาเป็นเวลานานๆ อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนของรถยนต์ก็อาจเกิดการเสื่อมสภาพได้ เป็นอันตรายต่อการขับขี่ ดังนั้นจึงนำข้อควรรู้การดูแลรถในหน้าร้อนมาฝาก เพื่อให้ได้เดินทางขับขี่อย่างสบายใจและปลอดภัยที่สุด

– อย่าเร่งแอร์สู้ความร้อนในรถ

เรื่องนี้หลาย ๆ ท่านมักจะละเลยกัน เมื่อขึ้นรถควรไล่อากาศที่ร้อนจัดออกก่อน ด้วยการเปิดหน้าต่าง พร้อมปรับพัดลมแอร์สูงสุดเพื่อดันความร้อนโดยเร็ว หรือจะใช้วิธีเปิด-ปิดประตูรถเพื่อระบายความร้อนก็ได้ ทั้งหมดนี้จะไม่ทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนัก เสียยากขึ้น และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วยนะ

*Tip : หากจอดในพื้นที่ปลอดภัยโจรกรรมก็แง้มหน้าต่างไว้บ้าง ทำให้ความร้อนในห้องโดยสารไม่สะสมสูงเกินไป ช่วยรักษาวัสดุภายในรถไม่ให้แห้ง กรอบ แตก เร็วเกินไป

 ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์

นอกจากน้ำมันเครื่องที่ดีแล้ว ระบบหล่อเย็นก็ควรทำงานได้อย่างปกติด้วย คุณควรหมั่นตรวจสภาพของหม้อน้ำและระบบต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยขาดหรือชำรุดเสียหาย รวมถึงทำความสะอาดหม้อน้ำ เมื่อพบสิ่งสกปรกมากกว่าปกติครับ

– จอดรถในที่ร่ม

หากจำเป็นต้องจอดรถนาน ควรเลี่ยงการจอดรถในที่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะนอกจากแสงแดดจะทำให้ห้องโดยสารร้อนจนอยู่ไมได้แล้ว ยังส่งผลต่อสีตัวถังที่ซีดและเสียคุณสมบัติการปกป้องไปในไม่ช้า­ แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรหาผ้าคลุมตัวถังเอาไว้เพื่อเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง­ครับ

– หมั่นขยับส่วนประกอบที่เป็นยาง

ด้วยความร้อนของแดดที่สะสมอาจทำให้วัสดุที่เป็นยางละลายจนเหนียวและด้าน เมื่อถึงเวลาใช้งานก็ฉีกขาด หมั่นเปิด-ปิดให้ขอบยางได้ขยับบ้าง เช่น หน้าต่าง, ประตูหลัง, กระโปรงท้ายรถ, หลังคาซันรูฟ และ ที่ปัดน้ำฝน

*Tip: ควรขยับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะยืดอายุได้มาก

สุดท้าย ขณะขับขี่สามารถสังเกตอาการเครื่องยนต์ร้อนจัด ได้จากเข็มวัดอุณหภูมิที่หน้าปัด โดยปกติจะอยู่ระหว่างตัว C และ H (85 – 90 องศาเซลเซียส) หากเข็มวัดอุณหภูมิเคลื่อนมาอยู่ใกล้ตัว H แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัด ให้รีบปิดแอร์เพื่อลดการทำงานของเครื่องยนต์และนำรถจอดเข้าข้างทาง พร้อมเปิดฝากระโปรงรถ เพื่อระบายความร้อน หากมีไอน้ำพุ่งขึ้นมาจากฝากระโปรงรถ ควรรอจนความร้อนของเครื่องยนต์ลดลงก่อน และห้ามราดน้ำลงไปที่เครื่องยนต์ เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

อ่านข่าวสารยานยนต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่!

Comments

comments

You May Also Like